งานนี้ตำนานมาเอง

งานนี้ตำนานมาเอง คาร์ลอสโผล่คอมเมนต์ไอจีชอว์ ข้างหลังฟอร์มเปรี้ยงเกมดับยูเครน

งานนี้ตำนานมาเอง ลุค ชอว์ เป็นยินดีไม่น้อยเมื่อตัวบุกปีกซ้ายระดับตำนานอย่าง โรแบร์โต้ คาร์ลอส โผล่มาคอมเมนต์รูปในอินสตาแกรมส่วนตัว

งานนี้ตำนานมาเอง ภายหลังเจ้าตัวเพิ่งจะโชว์ฟอร์มแรงช่วยอังกฤษ กระหน่ำ ยูเครน 4-0 ในศึกยูโร 2020 รอบ 8 กลุ่มในที่สุดเมื่อคืนนี้วันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา โรแบร์โต้ คาร์ลอส ตัวบุกปีกซ้ายระดับตำนานชาวบราซิลโผล่มาคอมเมนต์รูปในอินสตาแกรมส่วนตัวของ ลุค ชอว์ แบ็กจอมบุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ภายหลังจากพึ่งจะโชว์ฟอร์มแรงช่วยอังกฤษ กระหน่ำ ยูเครน 4-0 ในศึกยูโร 2020 รอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดเมื่อคืนนี้วันเสาร์ก่อนหน้านี้ พาทีมผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้เสร็จ

เกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ชอว์ 25 ปี โชว์ผลงานได้อย่างสะดุดตาโดยยิ่งไปกว่านั้นการเติมเกมรุกสุดสนุก และก็จบด้วยแนวทางการทำ 2 แอสซิสต์ในเกมนี้ ทำให้ข้างหลังจบเกมเจ้าตัวได้รับคำชื่นชมจากสื่อและก็แฟนบอลอย่างล้นหลามกับถูกนำไปเปรียบเทียบกับ โรแบร์โต้ คาร์ลอส อีกด้วย

ก่อนที่จะปัจจุบันสมัยก่อนจอมบุกกลุ่มชาติบราซิลจะมาโผล่คอมมาคอมเมนต์รูปในอินสตาแกรมส่วนตัวของ ชอว์ เป็นสัญญลักษณ์ตบมือเพื่อเป็นการชื่นชอบฟอร์มการเล่นของลำแข้งจาก แมนฯ ยูไนเต็ด

ดังนี้ ชอว์ เคยถูกแฟนบอลนำไปตั้งชื่อนางแฝงว่า “ชอว์ แบร์โต้ คาร์ลอส” มาแล้วภายหลังทำผลงานสะดุดตากับ “ปีศาจแดง” ในช่วงฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา

ขี้เกียจรอแมนยูประกาศ

งานนี้ตำนานมาเอง เซาธ์เกตเปิดเผยเหตุผลเพราะอะไรส่งซานโช่พอดีจริง

แกเร็ธ เซาธ์เกต เปิดเผยมูลเหตุที่ส่ง เจดอน ซานโช่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด ศึก ยูโร 2020 ที่กลุ่มชาติอังกฤษ กระหน่ำชนะ ยูเครน 4-0 เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ก่อนหน้านี้

แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มชาติอังกฤษ ชี้แจงเหตุผลที่ส่ง เจดอน ซานโช่ ว่าที่ลำแข้งใหม่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงในสนามเป็นตัวจริงในเกมเอาชนะ ยูเครน 4-0 ซานโช่ นั่งเป็นตัวสำรองตลอด 4 เกมที่ผ่านมาในศึก ยูโร 2020

แต่ว่าในเกมปัจจุบัน เซาธ์เกต เลือกส่งเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวจริง โดยบอกเหตุผลว่า ซานโช่ เป็นผู้เล่นที่ตอบปัญหาในด้านแท็กติกดวลกับ ยูเครน “เขาทำเป็นดีในตอนฝึกมาตลอด 10 วันที่ผ่านมา ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

พวกเรามองหาสิ่งพวกนั้นในตอนฝึก การเปลี่ยนมาเล่นแผงหลัง 4 มนุษย์เราก็เลยจะต้องมีผู้ที่ถนัดเท้าขวาตรงข้างๆเพื่อความยืดหยุ่นของเกม ดูราวกับว่า ยูเครน จะเล่นแนวรับ 5 คน ซึ่งการเล่นด้านกว้างเลยมีความหมายมากมาย

มันเป็นความท้าที่หนักมากมายสำหรับเหล่าผู้เล่นเกมรุกของพวกเรา พวกเรามีขุมกำลังที่สมบูรณ์ แล้วก็แน่ๆคุณไม่อาจจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ได้ พวกเรามองหาขณะพวกนั้นที่พวกเขาต่อสู้กันในตอนฝึกซ้อม ด้วยการเล่นดุเดือดกับลูกฟุตบอล

ดูบอลสด

โคลอมเบียแม่นเป้าดวลโทษดับอุรุกวัย ทะลุตัดเชือกโกปา อเมริกา

โคลอมเบีย ยิงถูกต้องกว่าก่อนเอาชนะ “จอมชั่วร้าย” อุรุกวัย ในตอนดวลจุดลูกโทษ 4-2 ข้างหลังเสมอในเวลา 90นาที 0-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ คอยเจอผู้ชนะระหว่าง ประเทศอาร์เจนตินา หรือเอกวาดอร์ ในวันที่ 6 เดือนกรกฎาคมนี้ ในศึกโกปา อเมริกา 2021 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

บอล โกปา อเมริกา 2021 เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยในรอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่าง อุรุกวัย รองแชมป์จากกรุ๊ป เอ เข้ามาเจอกับ โคลอมเบีย ชั้น 3 จากกรุ๊ป บี โดยผู้ชนะจะเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกรอคอยเจอผู้ชนะระหว่าง ประเทศอาร์เจนตินา หรือเอกวาดอร์

ออสการ์ ตาบาเรซ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มชาติอุรุกวัย จัด เอดินสัน คาวานี่ ยืนล่าตาข่ายกับ หลุยส์ ซัวเรซ โดยมี จอร์จิยาน เด อาร์ราสเกต้า ผู้เล่นคนสำคัญวัย 27 ปีจากฟลาเมงโก้ปั้นเกมอยู่ด้านหลัง ดูบอลสด

ด้าน โคลอมเบีย ของผู้จัดการทีม เรนัลโด้ รวยด้า ปรับกองทัพน้อยส่ง ซานโตส บอร์เร่ แล้วก็กุสตาโว่ คูเอย่าร์ ลงเล่นแทน ฮวน ปัดกวาดราโด้ แล้วก็มาเตอุส อูริเบ โดยทิ้งสองหัวหอกอย่าง ดูวาน ซาขว้างต้า แล้วก็ หลุยส์ มูเรียล ออกตัวเกมครึ่งแรก แปลงเป็นโคลอมเบียที่ได้ช่องลุ้นก่อน

ในนาที 12 จากจังหวะที่ หลุยส์ มูเรียล ครอสมาให้ วิลเลี่ยม เตซีโย่ ตัวบุกปีกซ้ายขึ้นกระแทกผ่านคานออกไป เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงแรก บอลค่อนข้างจะทันกัน “จอมโหดเหี้ยม” แม้ว่าจะบุกในพื้นที่อันตรายแต่ว่ายังไม่มีช่องทางได้ส่องสักหนึ่งครั้งข้างหลังแนวรับโคลอมเบียยืนตำแหน่งรวมทั้งปกป้องกันได้ดี

นาที34 เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ไหลถึงแม้ว่าจะ อาร์ราสเกต้า ซัดด้วยขวาแต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไปแบบมิได้ลุ้น นาที37 โคลอมเบีย แทบได้ลุ้นบ้าง ดูวาน ซาปาต้า กลับบอลหลุดเข้าไปแม้กระนั้นจังหวะกำลังยิงเสียหลัก แม้ว่าจะบากบั่นใช้หัวโหม่งแม้กระนั้นบอลก็ไปเข้าทาง เฟร์นานโด มุสเลร่า คุ้มครองไว้ได้

อีกนาทีต่อมา รูเบน ดิอาซ โชว์ความพลิ้วไหวเรียกฟรีคิกได้นอกกรอบจุดโทษเยื้องด้านซ้าย แต่ว่า หลุยส์ มูเรียล ดันทำเสียของข้างหลังเปิดบอลออกไปแบบมิได้ลุ้น

นาที45 กองทัพโคลอมเบียแทบได้ลุ้นขึ้นนำอีกครั้งหลัง ดูวาน ซาปาต้า ใช้ความแข็งแกร่งแทรกแนวรับจอมโหดเหี้ยมเข้าไปซัดมุมแคบแม้กระนั้นยังติดมือ เฟร์นานโด มุสเลร่า บอลมาเข้าทาง หลุยส์ มูเรียล ตามซ้ำเข้าไปแม้กระนั้นหลุดกรอบอย่างโชคร้าย

จบครึ่งแรก อุรุกวัย ยังเสมอกับ โคลอมเบีย 0-0 กลับมาเล่นต่อในช่วงหลัง เป็นฝั่ง “จอมโหด” ที่ไล่บี้อย่างมากนาที 57 เอดินสัน คาวานี่ ไหลถึงแม้ว่าจะ จอร์จิยาน เด อาร์ราสเกต้า ทดลองซัดด้วยซ้ายแม้กระนั้นก็ยังไม่ผ่านมือ ดาวิด ออสปิน่า

นาที65 กองทัพโคลอมเบีย สบโอกาสส่องเข้ากรอบบ้างข้างหลังบอลจากลูกคอนเนอร์มาสองให้ เยร์รี่ มีน่า เทกตัวกระแทกบอลลงพื้นแต่ว่ายังไม่เข้ามือ เฟร์นานโด มุสเลล่า ขี้เกียจรอแมนยูประกาศ

นาที73 มุสเลร่าจำเป็นต้องออกแรงเซฟอีกข้างหลัง มองวาน ซาปาต้า ทิ้งนาทีทองอีกเม่อโหม่งบอลสุดแรงเกิดไปติดเซฟของ ดาวิด ออสปิน่า ด้านหลังเกมนาที 81 คาวานี่ ได้อัดนอกกรอบแม้กระนั้นก็ยังไปเข้ามือ ดาวิด ออสปิน่า

อีก 6 นาทีต่อมา หลุยส์ ดิอาซ ปีกของโคลอมเบียหลุดเข้าไปในกรอบแต่ว่าจังหวะในที่สุดหลักไม่ดียิงไปเข้ามือ เฟร์นานโด มุสเลร่า จบเกม ทำอะไรกันมิได้ เสมอในเวลา 90นาที 0-0 ต้องหาผู้ชนะด้วยการดวลลูกที่จุดลูกโทษ

ซึ่งผลปรากฎว่า โคลอมเบีย ยิงได้ตรงเป้ากันทุกคน เอาชนะ อุรุกวัย 4-2 โดยเป็น โฮเซ่ มาเรีย คิเมเนซ รวมทั้งมาว่ากล่าวอัส วีนญ่า สองแนวรับของจอมโหดเหี้ยมยิงไม่เข้าส่งให้ โคลอมเบีย เข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกได้เสร็จ