การรวมศิลปะการต่อสู้

การรวมศิลปะการต่อสู้ ปรัชญา และก็ความศรัทธาทางศาสนาไว้ด้วยกัน

การรวมศิลปะการต่อสู้ ไอกิโด (ประเทศญี่ปุ่น: ikedo โรมาจิ: 合気道 ทับศัพท์: Aikidō) เป็นศิลปะการต่อสู้ประเทศญี่ปุ่นยุคใหม่

การรวมศิลปะการต่อสู้ พัฒนาโดยโมะริเฮอิ อุเอะชิบะ เป็นการรวมศิลปะการต่อสู้ ปรัชญา แล้วก็ความเลื่อมใสทางศาสนาไว้ร่วมกัน ไอกิโดมักแสดงว่า “หนทางแห่งการรวมพลังงานชีวิต” หรือ “หนทางแห่งจิตวิญญาณที่ผสานกัน” เป้าหมายของอุเอะชิบะคือสร้างศิลปะที่ผู้ฝึกฝนใช้ป้องกันตัว

และป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้เจ็บด้วย ทักษะไอกิโดประกอบด้วยการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนทิศทางโมเมนตัมของท่าโจมตีของคู่ต่อสู้ และก็การทุ่มหรือล็อกข้อต่อที่ยุติทักษะดังที่กล่าวถึงแล้ว ไอกิโดแผลงมาจากศิลปะการต่อสู้ชื่อ ไดโตรีว ไอกิจูจุสึ แต่ว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในปลายคริสต์ทศวรรษ 1920

ส่วนใดส่วนหนึ่งมาจาก ที่อุเอะชิบะเข้าไปพัวพันกับศาสนานิกายโอโมะโตะ ในเอกสารของลูกศิษย์ยุคแรกของอุเอะชิบะยังคงใช้คำว่า “ไอกิจูจุสึ” ลูกศิษย์อาวุโสของอุเอะชิบะมีวิธีการฝึกไอกิโดที่แตกต่างกันขึ้นกับช่วงเวลาที่พวกเขาศึกษากับอาจารย์ ปัจจุบันพบไอกิโดทั้งโลกในหลายรูปแบบ

โดยมีวิสัยการตีความหมาย และก็การเน้นฝึกหัดที่กว้าง แม้กระนั้นพวกเขาต่างแบ่งปันความสามารถที่อุเอะชิบะ และก็เป็นการต่อสู้ที่นึกถึงความปลอดภัยของคู่แข่งขันสูงที่สุด ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

วิถีแห่งดาบ

การรวมศิลปะการต่อสู้ ต้นกำเนิด แล้วก็ ปรัชญารากฐาน

คำว่า “ไอกิโด” มาจากตัวอักษร คันจิ 3 ตัว:
合 – ไอ– รวม, เป็นอันหนึ่งอันเดียว, เหมาะสม
気 – คิ – วิญญาน, พลัง, อารมณ์, คุณธรรม
道 – โด้ – แนวทาง, ทางเท้า

โดยเหตุนั้น จากมุมมองของภาษา ไอกิโดหมายถึง’แนวทางของการรวมแรงพลังเข้าด้วยกัน’ คำว่า ไอคิ aiki กล่าวถึง แนวทางของศิลปะป้องกันตัว หรือ เทคนิค ผสมผสานกับ ท่าทางของผู้จู่โจม เพื่อจะ ควบคุมท่วงท่าของเขา โดยใช้แรงไม่มากมาย 7 ผู้ฝึกใช้ ไอคิ aiki โดย เข้าใจจังหวะ ดูบอลสด

รวมทั้ง ความมุ่งมั่นของผู้รุกราน เพื่อหา จุดที่สมควร และก็ จังหวะเวลาสำหรับในการ ใช้ แนวทางย้อนแรวพลัง โดยเหตุนี้ วิธีแบบนี้เหมือนมากมายกับ แนวทาง ที่คุณครู ติดอยู่โน จิโกโร ผู้จัดตั้ง วิชายูโด

ดูบอลสด

ประวัติความเป็นมา

ไอกิโด ริเริ่มตั้งขึ้นโดย อาจารย์ โมริเฮ อุเอชิบะ (植芝 盛平 Ueshiba Morihei, 14 เดือนธันวาคม 1883 – 26 ม.ย. 1969) โดยผู้ฝึกไอกิโด เรียกอาจารย์ว่า โอเซนเซ Ōsensei (“คุณครูผู้มีอิทธิพล”) คำว่า ‘ไอกิโด’ เกิดขึ้นใน ศตวรรษที่ 20 อาจารย์อุเอชิบะ มีวิสัยทัศน์ว่า ไอกิโด มิได้เป็นเพียงแค่ วิถีแห่งดาบ

การประสมประสานศิลปะปกป้อง แม้กระนั้นเป็น การแสดงออกของ ปรัชญาของอาจารย์ ใน เรื่องสันติภาพในจักรวาล รวมทั้งการไม่แก่งแย่งกัน ในตอนที่อาจารย์มีชีวิตอยู่ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ไอกิโด พัฒนาการจาก ไอคิ ที่คุณครูอุเอชิบะเคยเรียน กระทั่งแปลงเป็น การแสดงออกของศิลปะปกป้อง

ที่นานัปการ โดย ผู้ฝึกทั่วทั้งโลก อาจารย์อุเอชิบะ ปรับปรุงวิชาไอกิโด โดยมากในตอน ปลาย คริสต์ศักราช 1920 จนกระทั่ง 1930 โดยการประสมประสาน ศิลป์ป้องกันภัยเริ่มแรกที่อาจารย์เคยเรียนมา 10 แก่นของศิลปะป้องกันตัว ที่ไอกิโด เอามาประยุกค์ใช้คือ ไดโต-ริว ไอคิ-ยิวยิทสู Daitō-ryū aiki-jūjutsu

ที่คุณครู อุเอชิบะ เรียนมาโดยตรง จากอาจารย์ ทาเคดะ โซคาคุ Takeda Sōkaku ผู้ฟื้นคืนศิลปะเหล่านั้น นอกนั้น ได้ยินมาว่า อาจารย์อุเอชิบะ เคยได้ร่ำเรียน เทนจิน ชินโยริว Tenjin Shin’yō-ryū กับอาจารย์ โทซาว่า โทคุซาบุโร่ Tozawa Tokusaburō ในกรุงเมืองโตเกียว ในปี 1901 รวมทั้งเรียนกับ

โกโทฮา ยากิว ชินกัน-ริว Gotōha Yagyū Shingan-ryū ภายใต้ นาคาอิ มาซาคัทสุ Nakai Masakatsu ที่เมือง ซาไก Sakai จากปี 1903 ถึง 1908 รวมทั้งเรียน ยูโด ยูโด กับ คิโยอิชิ ทาคากิ Kiyoichi Takagi (高木 喜代子 Takagi Kiyoichi, 1894–1972) ที่เมือง ทานาเบ้ Tanabe ในปี 191111

ร้องหยุดการแข่งขัน

ร้องหยุดการแข่งขัน สตีฟบรูซหัวหน้าทีมนิวคาสเซิลเชื่อว่าผิดศีลธรรมที่จะเล่นต่อไปเมื่อคดีเพิ่มขึ้น

ร้องหยุดการแข่งขัน สตีฟบรูซหัวหน้าทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ดเชื่อว่า “ผิดศีลธรรม” ที่ ฟุตบอลยังคง ดำเนินต่อไป เนื่องจากผู้ติด เชื้อไวรัสโคโรนา ยังคงเพิ่มขึ้น และสร้างความ หายนะให้กับ รายชื่อประจำ

ร้องหยุดการแข่งขัน

ร้องหยุดการแข่งขัน ฝั่งนิวคาสเซิล ของสตีฟบรูซ เป็นทีมพรีเมียร์ ลีกทีมแรกที่ สัมผัสถึงโควิด – 19 อย่างเต็มที่ เมื่อต้นฤดูกาลนี้ และเขาเชื่อว่า การหยุดเล่น ฟุตบอลเป็นวิธี เดียวในการ ปกป้องผู้เล่น

“ผมเห็นสโมสร อื่น ๆ ดิ้นรนกับ ตอนนี้และ แน่นอนมี โปรโตคอล พรีเมียร์ลีกในสถานที่ แต่เมื่อ คุณออกจากการ ฝึกอบรมที่คุณ อยู่ในโลก ภายนอก” บรูซบ อกข่าวสกาย สปอร์ต

“ความเร็วที่มัน ฉีกผ่านพวกเรา เป็นสิ่งที่สโมสร ฟุตบอลทั้งหมด จะมองเพราะมัน ยากที่จะควบคุม และหยุด

“เราได้เห็น โดยตรงแล้วว่า มันส่งผลกระทบ ต่อผู้คนอย่างไร – เรามีผู้เล่นสอง คนที่ป่วยหนัก มากและมี ทีมงานหนึ่งหรือ สองคน โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเกือบจะต้องเข้าโรงพยาบาล

“ และไม่มีใคร คาดคิดว่าคลื่น ลูกใหม่นี้จะมี พลังเท่าที่ เป็นอยู่

“ทางการเงินเป็น เรื่องที่ถูกต้องที่ จะเล่นต่อไป แต่ สำหรับฉันแล้ว มันผิดหลัก ศีลธรรมฉัน เข้าใจว่าผู้คน ต้องการเล่นเกม ฟุตบอล แต่เราก็ เปราะบาง เหมือนกับคนอื่น ๆ ”

ฟุตบอลเป็นเรื่อง ของการเข้า สังคมและความ เพลิดเพลิน ร้องหยุดการแข่งขัน
ด้วยเกมพรีเมียร์ ลีกทั้งหมดสี่เกม และการแข่งขัน EFL มากกว่า 50 เกมที่เลื่อนออกไปสมาคมนักฟุตบอล อาชีพ (PFA) ได้ เตือนให้ผู้เล่น ยอมรับวิธีการที่ เหมาะสมในการ ฉลองประตู ท่ามกลางวิกฤต โควิด -19 ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามบรูซเชื่อว่าพูดง่ายกว่าทำ

ร้องหยุดการแข่งขัน

และจะ ไม่ประณามทีม หรือผู้เล่นที่ได้รับ ความ เพลิดเพลินจาก เกมและการ เฉลิมฉลอง”ให้ความเป็น ธรรมเมื่อเราอยู่ ในวงการ ฟุตบอลเราต้อง เข้าสังคม” บรูซก ล่าว “เราอาจจะ ใช้โปรโตคอล ทั้งหมดไป ในทางที่ถูกต้อง และทำทุก วิถีทาง แต่คุณจะหยุด แมนเชสเตอร์ซิตี้ ไม่ให้เฉลิมฉลอง แบบที่พวกเขา ทำในคืนอื่น ๆ ได้อย่างไร?

“ พวกเขา ทั้งหมดอยู่ในฝูง ชนฉลองกัน เหงื่อออกหายใจ ไม่ออกถ้าคุณ หยุดแค่นั้นคุณก็ จะหยุดความ สนุกสนานใน การเล่นกีฬา ทั้งหมด

“ พวกเราทุกคน กำลังทุกข์ ทรมาน แต่เรา เป็นคนที่โชคดีที่ ให้ความบันเทิง ที่ผู้คนสามารถ ติดตามและ รับชมได้

“มันจะมาถึงขั้นตอนที่เราจะต้องตัดสินใจ – หวังว่าจะไม่มี การแพร่ระบาด อีกในอีกไม่กี่ สัปดาห์ ข้างหน้า” ดูบอลสด

บรูซ ยังยืนยัน ว่ากัปตัน จามาล ลาสเซลส์ กลับมาฝึกซ้อม อีกครั้งหลังจาก หายจากอาการ โควิดเกือบสอง เดือนขณะที่ อัลลัน แซงต์-แม็กซิแม็งกลับ ประเทศ แต่ยัง ไม่ได้รับการฝึก

อัลลัน แซงต์-แม็กซิแม็งยัง ได้รับผลกระทบ ระยะยาวของ ไวรัสด้วย บรูซกล่าวว่า ผู้เล่นได้รับ ผลกระทบที่ เลวร้ายที่สุด “ เมื่อมันทิ้งเขาไปมันทำให้เกิด ปัญหาใหญ่” บรูซกล่าว

บิเอลซา: ยากที่จะตัดสินคุณธรรมในการเล่น
มาร์เซโล บิเอลซา นาย ใหญ่ของลีดส์ ยอมรับว่าเป็น เรื่องยากที่จะ ตัดสินคุณธรรม ของการเล่น ฟุตบอลในช่วงที่ มีผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนาเพิ่ม สูงขึ้น

การตอบสนอง ต่อความคิดเห็น ของบรูซบิเอลซ่า ซึ่งเล่นเคียง ข้างครอว์ลีย์ใน รอบที่สามของ เอฟเอคัพเมื่อวัน อาทิตย์ที่ผ่านมาเห็นด้วยว่ามีการ อภิปรายทั้งสอง ฝ่าย

“ นั่นเป็นคำถาม ที่ยากมาก” เขา กล่าว “เพื่อให้ คำตอบเกี่ยวกับ คุณธรรมของ การตัดสินใจฉัน ไม่รู้สึกว่า สามารถทำได้

“ มันยากมากที่ จะบอกว่ามันผิด และยังยากมาก ที่จะบอกว่ามัน ถูกต้อง ไม่สามารถเลื่อนได้

“ แต่คุณ สามารถพูดได้ เช่นกันเช่นถ้าลูก ของนักฟุตบอล คนหนึ่งติดเชื้อ เพราะเล่น ฟุตบอลต่อไป …

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหน่วยงานที่ รับผิดชอบทุก ส่วนงานใน ประเทศจึง ตัดสินใจเหล่านี้” ร้องหยุดการแข่งขัน

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น ญี่ปุ่นหนักแชมป์ซูโม่ชื่อดังติดโควิดจ่อประกาศภาวะฉุกเฉินกรุงโตเกียว

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น เมื่อ 5มกราคม2564 เว็บไซต์เจแปนไทม์ และสำนัก ข่าวบีบีซี รายงานว่า ฮาคุ โฮ นักซูโม่ชื่อดังเกิดใน มองโกเลีย วัย 35 ปี เจ้าของ สถิติแชมป์ซูโม่ ในญี่ปุ่น ติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น โดย สมาคมซูโม่ ญี่ปุ่นได้ออก แถลงการณ์ ว่า ฮาคุโฮ ได้เข้ารับ การตรวจหาเชื้อ โควิดเมื่อวัน จันทร์ที่ผ่านมา และผลออกมา เป็นบวก หลังจากเขามี อาการไม่ได้กลิ่น

การติดเชื้อโควิด ของฮาคุโฮ ซึ่ง เป็นเจ้าของสถิติ แชมป์ซูโม่ใน ญี่ปุ่นระดับขั้น สูงสุดที่เรียกว่า โยโกสุนะ มีขึ้น ขณะที่ฮาคุโฮ กำลังเตรียมตัว ลงแข่งขันใน รายการ
‘นิว เยียร์ แกรนด์ ซูโม่ ทัวร์นาเมนต์’ (New Year Grand Sumo Tournament) ประจำปี 2564 ที่จะเริ่มขึ้นในกรุงโตเกียว วัน อาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยขณะนี้ทาง
สมาคมซูโม่ ญี่ปุ่นยังไม่ ตัดสินใจว่าจะ เลื่อนการแข่งขัน ออกไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายคิมูระ โมโตะกิ กรรมการผู้ตัดสินการ แข่งขันซูโม่ ซึ่ง ได้เข้ารับการ ตรวจโควิด-19 ผลออกมาก็ติด เชื้อโควิด-19 เช่นกัน หลังจาก นายโมโตะกิ มี อาการป่วยด้วย โรคโควิด-19 ทั้ง มีไข้และไอ ทั้งนี้ เมื่อเดือน พฤษภาคมที่ ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ สูญเสียนักซูโม่ โชบุชิ ซึ่ง เสียชีวิตจาก อาการป่วย แทรกซ้อน หลังจากเขาติดเชื้อโควิด-19 ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ ระหว่างการ พิจารณา ประกาศ ภาวะฉุกเฉินใน กรุงโตเกียว จังหวัดไซตามะ ชิบะ และคานากาวะ หลังจาก ผู้ว่าราชการ จังหวัดดังกล่าว ได้เรียกร้องให้ รัฐบาลประกาศ ภาวะฉุกเฉินต่อ สถานการณ์แพร่ ระบาดของ COVID-19 เนื่องจากผู้ติด เชื้อในพื้นที่เพิ่ม จำนวนสูงขึ้นจน ส่งผลกระทบต่อ ระบบ สาธารณสุข โดย นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ ซูกะ แห่งญี่ปุ่นกล่าว ว่า รัฐบาลจะ ตัดสินใจว่าจะ ประกาศภาวะ ฉุกเฉิน ในกรุงโตเกียว และ จังหวัดโดยรอบ หรือไม่ ในวันพฤหัสฯนี้

แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น

ส่วนยอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศญี่ปุ่น

พุ่งถึงเกือบ 249,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 3,500 ศพ โดย พบผู้ติดเชื้อราย ใหม่เมื่อวันที่ 4มกราคม ที่ผ่าน มา 2,893 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม อีก 51 ศพ.
นับตั้งแต่เริ่ม ระบาด แม้ว่า ตัวเลขจะต่ำกว่า ประเทศอย่าง อังกฤษและ สหรัฐอเมริกา อย่างมาก แต่ รัฐบาลญี่ปุ่นก็ กังวลกับสิ่งที่ ระบุว่าเป็นการ ติดเชื้อระลอกที่ สามที่
“รุนแรง มาก” การ เพิ่มขึ้นอย่าง รวดเร็วในกรณีนี้ ทำให้เกิดข้อ สงสัยใหม่ ๆ ว่า ญี่ปุ่นยังคง สามารถเป็น เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกโตเกียว และพาราลิมปิก
ปี 2020 ที่ล่าช้า ในฤดูร้อนนี้ได้ หรือไม่

ญี่ปุ่นประกาศ ภาวะฉุกเฉินครั้ง แรกเมื่อปีที่แล้ว ในฤดูใบไม้ผลิ ไม่มีบทลงโทษ แชมป์ซูโม่ในญี่ปุ่น สำหรับการไม่ ปฏิบัติตามและ ประเทศได้ หลีกเลี่ยงการ ออกจากล็อกที่ เข้มงวดในส่วน อื่น ๆ ของโลก ดูบอลสด

กิจกรรมเช่นมวย ปล้ำซูโม่ยังคง ดำเนินต่อไปแม้ จะเกิดโรค ระบาดและฮาคุ โฮวัย 35 ปีก็เคย แข่งขันในงานอี เวนต์เมื่อปีที่แล้ว

ในเดือน เมษายน โชบูชิ ซึ่งมีชื่อจริงว่า คิ โยทากะ ซูเอทาเกะ กลายเป็น นักมวยปล้ำซูโม่ คนแรกที่ ทดสอบไวรัสในเชิงบวกอาการ ของเขาแย่ลง อย่างรวดเร็ว และเขาเสียชีวิต เนื่องจากความ ล้มเหลวของ อวัยวะหลายส่วน

ทางด้าน สมาคมซูโม่ ญี่ปุ่นออกมา เปิดเผยว่า ‘โชบูชิ’ หรือชื่อ จริง คิโยทากะ ซูเอทาเกะ นักซูโม่ ในระดับชั้นรอง เสียชีวิตจากโรค โควิด-19 โดย เริ่มมีไข้ตั้งแต่
วันที่ 4-5 เมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ สามารถติดต่อ กับสำนักงาน บริการ สาธารณสุข ท้องถิ่นได้ เนื่องจากคู่สาย ไม่ว่าง ตลอดเวลา จากนั้นได้ขอเข้า รับการรักษา
แต่ถูกปฏิเสธจาก โรงพยาบาล หลายแห่ง ก่อน จะได้เข้ารับการ รักษาที่ โรงพยาบาลใน กรุงโตเกียวใน วันที่ 8 เมษายน โดยขณะนั้นเริ่ม มีอาการไอเป็น เลือดแล้ว
ก่อนจะต้องเข้ารับ การรักษาที่ห้อง ไอซียูในวันที่ 19 เมษายนและ เสียชีวิตในวันที่ 13 พฤษภาคม ละเมิดกฎการพนัน

ศิลปะแห่งความอ่อน

ศิลปะแห่งความอ่อน จูจุสึเป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น

ศิลปะแห่งความอ่อน ยิวยิตสู หรือในภาษาญี่ปุ่นว่า จูจุสึ (ญี่ปุ่น: 柔術 โรมาจิ: jūjutsu) หรือภาษาอังกฤษว่า จูจัตซู (อังกฤษ: jujutsu; เสียงอ่านภาษาอังกฤษ: /dʒuˈdʒʌtsu/)

ศิลปะแห่งความอ่อน ประวัติ จูจุสึ ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น โดยบางครั้งอาจจะถูกเรียกด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น ยะวะระ (yawara) , ไทจุตสุ (taijutsu) ประวัติที่มาของจูจุสึนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมา

ในช่วงยุคของสงครามสมัย ระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 เนื่องจากเป็นยุคสมัยสงครามทำให้เกิดวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักจูจุสึอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะรับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราณของซามูไร

ที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย โดยจูจุสึนั้นเป็นชื่อเรียกกลางที่ใช้เรียก ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอีกชนิดหนึ่งนั่นเอง สำนักที่มีชื่อเสียงของจูจุสึก็เช่น ทะเกะโนะอุจิ ริว จูจุสึ (takenouchi ryu jujutsu) , โยชิน ริว จูจุสึ (yoshin ryu jūjutsu) และ ยางิว ชิงกัน ริว (yagyu shingan ryu)

ลักษณะการต่อสู้ของจูจุสึในสมัยก่อนนั้นจะขึ้นอยู่กับสำนักนั้น ๆ โดยมากจะมีทั้งการโจมตี การล๊อค การทุ่ม ในบางสำนักจะมีการฝึกการใช้อาวุธด้วย จนในบางครั้งจะถูกเรียกกันว่าเป็นวิชาที่มีทุกอย่าง การต่อสู้ของจูจุสึในสมัยก่อนนั้นจะเป็นการต่อสู้แบบไม่มีกติกา และ จะทำทุกวิถีทาง

เพื่อล้มคู่ต่อสู้ ทั้งนี้จูจุสึถูกฝึกให้ไม่มีความปราณีต่อคู่ต่อสู้ไม่ว่ากรณีใดๆ เนื่องจากการต่อสู้ของจูจุสึมีความรุนแรง ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นบางครั้งจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการทำการฝึก เมื่อไม่มีผู้สืบทอดวิชา ก็ทำให้วิชาจำนวนมากสูญหายไป ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ลูกพระอาทิตย์

ศิลปะแห่งความอ่อน ประวัติความเป็นมาในประเทศไทย

จูจุสึในประเทศไทย ได้เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2464 เช่นกัน แต่ภายหลังเนื่องจากกีฬายูโดเริ่มแพร่หลายทั่วโลก จูจุสึถูกมองว่ามีความรุนแรงจนเกินไป จึงได้เกิดการปรับเปลี่ยนการฝึกโดยทั่วไปเป็นการฝึกกีฬายูโด ถึงแม้ปัจจุบันจะหาหลักฐาน ถึงการสอนจูจุสึในไทย

ได้ค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังมีบันทึกถึงเรื่องการฝึกจูจุสึในช่วงแรก เช่น ในหนังสืออนุสรณ์งานศพของครูทิม อติเปรมานนท์ บิดาแห่งยูโดของประเทศไทย สายดำ (โชดัน) เกียรตินิยมคนแรกของประเทศไทย จากสถาบันโกโดกวัน กรุงโตเกียว ได้มีการกล่าวถึงประวัติญูญิตสูไว้หลายส่วน ดูบอลสด

รวมถึงในคำไว้อาลัยด้วย ซึ่งพอจะนำมาบางส่วน เช่น คุณสิทธิผล ผลาชีวิน เขียนคำอาลัยไว้ว่า ถ้าพูดถึง “ยูโด”แล้วเมื่อใด ก็ย่อมระลึกถึง “คุณครูทิม อติเปรมานนท์” เมื่อนั้น คุณครูทิมได้ทุ่มเทจิตใจของท่านตั้งแต่วัยหนุ่มฉกรรจ์ จนวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อสั่งสอน อบรม เผยแพร่ “ยูโด” ให้

แก่เยาวชนไทยจนเจริญแพร่หลายทั่วประเทศ ด้งที่ได้รู้ได้เห็นอยู่ ณ บัดนี้ ไม่เป็นการล่วงล้ำก้ำเกินเลยถ้าข้าพเจ้าจะกล่าวสรรเสริญท่านด้วยน้ำใสใจจริงว่า คุณครูทิม คือท่านจิโกโร คาโน เมืองไทยนั่นเอง ท่านเริ่มชีวิตยูโด ซึ่งสมัยนั้นกระทรวงศึกษาธิการยังเรียกว่า “ญูญิตสู” ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี

ด้วยร่างกายอันกำยำล่ำสันมะขามข้อเดียว อกผายไหล่ผึ่งยิ่งกว่าหนุ่มๆนักเรียนพลศึกษาด้วยกัน หน้าตาท่าทางเอาจริงเอาจังเกินกว่าใครๆทั้งโรงเรียน ทำให้ท่านกลายเป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์หม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุล

ดูบอลสด

ซึ่งทรงศึกษาวิขา “ญูญิตสู” มาจากประเทศฝรั่งเศส

ด้วยที่ท่านรับราชการ อยู่ในกระทรวงต่างประเทศ จึงไม่มีเวลาว่างพอที่จะสอนได้สม่ำเสมอ เมื่อได้ทรงถ่ายทอด “ญูญิตสู” ให้แก่บรรดาครูและนักเรียนพลศึกษาหลายท่าน รวมทั้งศิษย์เอก ทิม อติเปรมานนท์ ท่านทรงแจ้งไปยังกระทรวงศึกษาธิการในสมัย ๕๐ กว่าปีนั้นว่า ควรรับวิชานี้เข้าหลักสูตร

พลศึกษาสอนเด็กไทยให้เป็นไว้ และทรงเขียนตำราญูญิตสูเล่มแรกของเมือไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ตั้งชื่อว่า “ตำรากายบริหารวิชาญูญิตสู” มีภาพครูทิม อติเปรมานนท์และครูเตี่ยน เหมะสกุล ครูพลศึกษาคนที่ ๑ ของเมืองไทย เป็นผู้แสดงแบบ กระทรวงศึกษารับเข้าหลักสูตรสอนนักเรียนไทย

มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๖ และสั่งให้ครูทิม อติเปรมานนท์ไปสอนวิชาญูญิตสู ให้แก่นักเรียนสวนกุหลาบ บวรนิเวศ และปทุมคงคา เป็น ๓ โรงเรียนแรก ต่อมาโรงเรียนต่างๆได้เริ่มฝึกบ้าง เช่น เทพศิรินทร์ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เบญจมบพิตร ต่อมากระทรวงส่งเสริมด้วยการจัดการแข่งขัน เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘

ข้าพเจ้ายังเรียนอยู่ชั้น ม.๔ เมื่อโรงเรียนเลิกแล้วก็มาดูผู้ใหญ่เขาเล่นญูญิตสูกันที่อาคารไม้ ของพลศึกษากลางในโรงเรียนสวนกุหลาบทุกวัน ผู้ได้รับเกียรติเป็นผู้สอน วิชาญูญิตสูคนแรก ของโรงเรียนพลศึกษากลางคือ ครูทิม อติเปรมานนท์ และ ได้ทำการสอนติดต่อกันมาประมาณ ๔๐ ปีเศษ ลูกพระอาทิตย์

คุณครูทิมจะแต่งตัวด้วยเสื้อกางเกงแบบญูญิตสู คาดสายรัดเอวสีขาว ยืนเด่นเป็นสง่า บนเบาะญูญิตสู ต่อหน้าพวกเรานักเรียน ฝึกหัดครูพลศึกษากลาง ซึ่งตั้งอยู่ในโรงเรียนสวนกุหลาบ ผู้ใดภูมิใจว่าเป็นนักญูญิตสู ผู้นั้นย่อมเป็นลูกศิษย์ของคุณครูทิม อติเปรมานนท์ ทั้งประเทศ

นักมวยปล้ำ

นักมวยปล้ำ Yokozuna เป็นตำแหน่งสูงสุดที่นักซูโม่ทุกคนใฝ่ฝัน

นักมวยปล้ำ ซูโม่ (ญี่ปุ่น: 相撲 โรมาจิ: sumō ทับศัพท์: ซูโม) หรือมวยปล้ำญี่ปุ่นเป็นกีฬาประจำชาติ ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น

นักมวยปล้ำ ประวัติของซูโม่ สามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 8 โดยวังหลวง ได้คัดเลือกนักมวยปล้ำ จากกองทัพมาสู้กัน เพื่อสร้างความบันเทิง แก่ชาววังในเกียวโต และพัฒนาจนกลายเป็น กีฬาอาชีพในปัจจุบัน นอกจากนั้น ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม จากประเทศในยุโรป เช่น

อังกฤษ เป็นต้น อีกด้วย ประเพณีที่ยึดถือ ในกีฬาซูโม่นั้น มีความเก่าแก่มาก และยึดถือเป็นแบบปฏิบัติ ต่อเนื่องกันมาถึงปัจจุบัน เช่น การโปรยเกลืออันเป็น สัญลักษณ์แสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นประเพณี ที่ซูโม่ถูกนำมาใช้ การใช้ชีวิตของ นักปล้ำซูโม่นั้นเคร่งครัด เป็นอย่างยิ่ง และอยู่ภายใต้

กฎเกณฑ์ ที่กำหนดโดย สมาคมซูโม่ นักปล้ำซูโม่อาชีพ จะใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ค่ายสังกัด (heya) ของตนเอง โดยแบบแผนการ ดำเนินชีวิตในทุกด้าน นับตั้งแต่ อาหารการกิน ไปจนกระทั่งการแต่งกายนั้น ถูกกำหนดด้วยประเพณี ปฏิบัติอันเคร่งครัด แต่เดิมซูโม่ไม่ได้เป็นกีฬา เอาไว้ชมกันอย่างเดียว

แต่ยังเอาไว้แสดง ประกอบพิธีกรรมหน้าเทพเจ้า ตามความเชื่อของชินโต เพื่อแสดงความเคารพเทพเจ้า และเพื่อขอพรให้พืชผลออกดี ในฤดูเก็บเกี่ยวอีกด้วย จนถึงสมัยเอโดะ  ในสมัยนั้นได้เริ่มมีการ จัดการแข่งซูโม่ขึ้น เพื่อหาเงินบริจาค สร้างศาลเจ้าหรือวัด คนธรรมดาก็เลยมีโอกาส ได้ชมซูโม่

และนักกีฬาซูโม่มืออาชีพ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จนพัฒนามาเป็น กีฬาซูโม่ที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ศิลปะแห่งความอ่อน

นักมวยปล้ำ กว่าจะได้เป็นนักซูโม่

การจะได้เป็นนักซูโม่นั้นไม่ง่าย เพราะต้องผ่านการฝึกฝนหลายขั้นตอน เพราะการเป็นนักซูโม่ได้นั้น ถือว่ามีเกียรติ และซูโม่ยังถูกยกย่อง ให้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ ของการดำรงชีวิต ตามแบบแผนญี่ปุ่นดั้งเดิม ดังนั้นนักซูโม่จึงต้อง ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะการฝึกซ้อม การกิน และวิธี

การดำรงชีวิต ก่อนจะมาเป็น ซูโม่มืออาชีพ ต้องสมัครเข้าโรงเรียนฝึก หรือที่เรียกว่า ‘เฮยะ’ เสียก่อน เพราะซูโม่ต้องมีสังกัดอยู่ ถ้าเปรียบแบบบ้านเราคือ ต้องเป็นศิษย์ในค่ายมวย แต่ละค่ายอาจมีกฎเกณฑ์ รับสมัครต่างกัน แต่ส่วนมาก จะรับสมัครอายุไม่เกิน 23-25 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165-167 เซนติเมตร

น้ำหนัก 65-67 กิโลกรัมขึ้นไป (ค่อยไปขุนน้ำหนักทีหลังได้) และเป็นเพศชายเท่านั้น นอกจากการฝึก ทักษะการปล้ำมวยแล้ว พวกเขายังต้อง เข้าห้องเรียนวิชาการเป็นเวลา 6 เดือน เช่นการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ซูโม่ การเขียนพู่กัน หรือสังคมศาสตร์ ก็ต้องเรียนเหมือนกัน โดยตารางชีวิตของซูโม่

ฝึกหัดนั้นเข้มงวดไม่เบา เพราะถูกกำหนดไว้หมดแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอน 6 โมงเช้า / 6 โมงครึ่งฝึกซ้อม / 11 โมงเช้าอาบน้ำ / เที่ยงทานอาหารกลางวัน / บ่ายสองนอนหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย / 4 โมงเย็น ทำความสะอาดและฝึกซ้อม / 6 โมงเย็น ทานอาหารเย็น /สามทุ่มครึ่ง เข้านอน ดูบอลสด

(เฮยะจะปิดประตู ปิดไฟหมด เป็นการบังคับให้นอน) เป็นต้น กว่าจะประสบความสำเร็จเป็นแถวหน้าในวงการนั้นไม่ง่าย ใช้ทั้งเวลาและความอดทนไม่น้อย ลำดับขั้นของซูโม่มีทั้งหมด 6 ขั้น จะได้เลื่อนขั้นหรือถูกลดขั้นไปลำดับไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานว่าแพ้หรือชนะมากเท่าไร โดยขั้นต่ำสุด คือ Jonokuchi

ซึ่งถือว่าเป็นขั้นแรกสุดและลำบากสุดก็ว่าได้ เพราะไหนจะต้องฝึกซ้อมแล้วยังต้องช่วยงานในเฮยะ เช่นทำความสะอาด หุงอาหาร และปรนนิบัติรุ่นพี่ (ป้าว่าอารมณ์เป็นรุ่นน้องต้องโดนรับน้องนิดนึง) ไล่ไปจนถึงขั้นสูงที่เรียกว่า Makuuchi โดยตำแหน่งแชมเปี้ยนที่เรียกว่า Yokozuna เป็นตำแหน่ง

สูงสุดที่นักซูโม่ทุกคนใฝ่ฝัน บอกเลยว่าถ้าผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงและชนะติดต่อกันจนได้เลื่อนขั้นมาถึงตำแหน่ง Yokozuna ก็สบายแล้วเพราะรายได้นี่ไม่ธรรมดา โดยจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยง (แม้ไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขั้น) เดือนละ 2.8 ล้านเยนต่อเดือน (ย้ำว่าต่อเดือน) ถือว่าเยอะมาก เพราะแม้แต่อาชีพ

หมอญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ทำงานโรงพยาบาลทั่วไป 3-4 ปีก็ยังแทบไม่ถึงล้านเยนต่อเดือน และเงินนี้ยังไม่รวมค่าสปอนเซอร์ ค่าออกทีวี (กรณีดังเป็นเซเลบริตี้) ฯลฯ ป้าไม่แปลกใจเลยว่านักซูโม่ดังๆของญี่ปุ่นมีแฟน/ภรรยาสวยๆระดับดาราหรือนางแบบแถวหน้าก็ไม่น้อย

ดูบอลสด

กติกาการเล่นซูโม่

กติกาการเล่นจริงๆแล้วแสนง่ายดาย ฝ่ายไหนจับอีกฝ่ายออกจากเชือกวงกลมหรือที่เรียกว่าโดเฮียว (ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตร) ได้ก็ถือว่าชนะ ไม่มีอะไรซับซ้อน ตัดสินแพ้ชนะได้ง่ายๆเลยในไม่กี่นาที แต่แตกต่างกับมวยหรือกีฬายกน้ำหนักที่ว่าจะไม่มีการแบ่งประเภทของนักแข่งตามน้ำหนักใดๆ

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมซูโม่ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งดี เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอคู่ต่อสู้ตัวใหญ่แค่ไหน (ส่วนใหญ่ที่ป้าเห็นก็จะน้ำหนักประมาณ 140 กว่ากิโล) ใครที่เคยดูการแข่งซูโม่คงเคยเห็นว่านักกีฬาซูมีการทำพิธีกรรมและท่าทางต่างๆก่อนเริ่มเล่น โดยนักซูโม่จะโปรยเกลือลงบนสังเวียนเพื่อ ศิลปะแห่งความอ่อน

ความบริสุทธิ์ และจะยกขากระทืบเท้าทั้งสองข้างนั้นเพื่อเป็นการไล่ภูติผีปีศาจ เวทีซูโม่และกีฬาซูโม่นั้นถือเป็นของศักดิ์สิทธิตามความเชื่อศาสนาชินโด ตามประเพณีแล้วผู้หญิงห้ามก้าวเข้าไปโดยเด็ดขาด ปี 2018 ที่ญี่ปุ่นออกข่าวกันครึกโครมเนื่องจากนายกเทศมนตรีเกิดหมดสติขณะพูดเปิดงาน

บนเวทีแข่งซูโม่แล้ว พยาบาลซึ่งเป็นผู้หญิงจึงรีบรุกไปช่วยแต่กลับมีประกาศออกไมค์ว่าให้นางพยาบาลออกไปจากสนามแข่งโดยด่วน เหตุการณ์นี้เรียกเสียงวิพากวิจารณ์กันใหญ่เพราะศตวรรษที่ 21 แล้ว และเกิดเหตุฉุกเฉินขนาดนี้ยังจะยึดประเพณีนี้อีกหรือ

นักรบบนหลังม้า

นักรบบนหลังม้า เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนที่ได้อ่านปฏิบัติตนตามอีกด้วย

นักรบบนหลังม้า ซามูไร (ญี่ปุ่น: 侍) แปลเป็นภาษาไทยว่าทหาร คำว่า ซามูไร มีต้นกำเนิดจากคำว่า ซาบูราอู

นักรบบนหลังม้า ซึ่งเป็นคำกริยาในภาษาญี่ปุ่นโบราณ ที่มีความหมายว่า รับใช้ ฉะนั้น ซามูไรก็คือคนรับใช้นั่นเอง จุดกำเนิด เป็นที่เชื่อกันว่า รูปแบบของเหล่านักรบบนหลังม้า มือธนู และทหารเดินเท้าในช่วงศตวรรษที่ 6น่าจะเป็นตัวบทต้นแบบของซามูไรดั้งเดิม ขณะที่จุดกำเนิด ของซามูไรสมัยใหม่

ยังเป็นปัญหาที่โต้เถียงกันอยู่ หลังจากการสู้รบในสงครามนองเลือด กับฝ่ายราชวงศ์ถังของจีน และอาณาจักรซิลลาของเกาหลี ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุค แห่งการปฏิรูป ไปทั่วทุกหัวระแหง โดยการปฏิรูปครั้งสำคัญที่สุด คือการปฏิรูปไทกะ ซึ่งกระทำโดยจักรพรรดิโคโตกุเมื่อ ค.ศ. 646 การปฏิรูปในครั้งนั้น

ได้เริ่มนำเอา วัฒนธรรมการปฏิบัติ และเทคนิคการบริหารต่าง ๆ ของจีนมาใช้กับกลุ่มชนชั้นสูง และระบบราชการของญี่ปุ่น ถึง ค.ศ. 702 ประมวลกฎหมายโยโร และประมวลกฎหมายไทโฮ ก็ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับคำสั่งที่ให้ประชาชน มารายงานตัวเป็นประจำ กับทางการเพื่อเก็บข้อมูล มาสร้างสำมะโน

ประชากร ที่ต่อมาจะถูกนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดสำหรับการเกณฑ์ทหาร หลังจากนั้น เมื่อการทำสำมะโนประชากรเสร็จสิ้นลงจนทำให้รู้ว่าประชากรในญี่ปุ่นมีการกระจายตัวกันอย่างไร จักรพรรดิคัมมุก็ได้ริเริ่มกฎหมาย ให้ประชากรเพศชายที่เป็นผู้ใหญ่ 1 ใน 3 ถึง 4 คนต้องถูกเกณฑ์เป็นทหาร เพื่อรับใช้ชาติ

โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นทหารเหล่านี้ จะถูกขอความร่วมมือ ให้ส่งมอบอาวุธของตนแก่ทางการ แต่พวกเขาจะได้รับ การยกเว้นในการเสียภาษี และการรับหน้าที่ต่าง ๆ เป็นสิ่งตอบแทน ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

นักมวยปล้ำ

นักรบบนหลังม้า ในช่วงต้นของยุคเฮอัง ประมาณปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9

จักรพรรดิคัมมุ (ญี่ปุ่น: 桓武天皇 โรมาจิ: Kanmu Tennō) ได้หาทางทำให้อำนาจของตนทรงพลัง และแผ่ขยายไปทั่วตอนเหนือของเกาะฮนชู (แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น) แต่กระนั้นเอง ความหวังดังกล่าว ก็เริ่มเกิดปัญหา เมื่อกำลังทหารที่จักรพรรดิ ส่งไปเพื่อปราบกบฏเอมิชิ กลับไร้ซึ่งแรงจูงใจ

และระเบียบวินัย จนต้องแพ้ทัพกลับมา จักรพรรดิคัมมุจึงต้องแก้เกมใหม่ โดยการสถาปนาตำแหน่ง เซอิไตโชงุง (ญี่ปุ่น: 征夷大将軍 โรมาจิ: Seiitaishogun, “แม่ทัพใหญ่ผู้ปราบคนเถื่อน”) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โชงุง (ภาษาไทยนิยมทับศัพท์ว่า โชกุน) ขึ้นมา เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ไปพิชิตกลุ่ม ดูบอลสด

กบฏเอมิชิ เป็นผลให้ทั้งหน่วยประจัญบานบนหลังม้าและนักแม่นธนู (คิวโดะ (ญี่ปุ่น: 弓道 โรมาจิ: Kyudo) ที่มีทักษะฝีมือ ต้องถูกเรียกเข้ามาเป็นเครื่องมือ สำคัญในการคว่ำกำลังกบฏทั้งหลาย ซึ่งถึงแม้ว่านักรบเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีการศึกษาก็ตาม แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 7

ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 9) ตามสายตาของทางการแล้ว พวกเขายังถูกมองว่าเป็นชนชั้นที่สูงกว่าคนเถื่อนขึ้นมานิดเดียว แต่ในที่สุด จักรพรรดิคัมมุก็ยุติการบัญชาทัพของพระองค์ไป และอำนาจของพระองค์ก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน กลุ่มตระกูลที่ทรงอิทธิพลในนครเคียวโตะ ก็ได้เข้าครองตำแหน่ง

เสนาบดี และบางส่วนก็มีอำนาจเป็นผู้ปกครองหรือศาลแขวง กลุ่มผู้ปกครองเหล่านี้มักจะเรียกเก็บภาษีจากประชาชนอย่างหนักหน่วง เพื่อที่จะสะสมความมั่งคั่งและเป็นการคืนกำไรให้กับพวกตน จึงส่งผลสำคัญให้ชาวนาหลายต่อหลายคนไร้ที่ดินอยู่ อัตราการปล้นสดมภ์ก็เพิ่มขึ้น เหล่าผู้ปกครอง

จึงแก้ปัญหาโดยการรับสมัครผู้ถูกเนรเทศในเขตคันโตให้มาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มงวด เพื่อที่จะใช้พวกเขาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพ บางครั้งก็ให้ไปช่วยเก็บภาษีและยับยั้งการทำงานของเหล่าหัวขโมยและโจรป่า พวกเขาเหล่านี้ได้ถูกเรียกว่า ซะบุไร (saburai)

หรือผู้ที่ถวายตัวเป็นข้ารับใช้ให้แก่กองทัพ ซึ่งผู้ที่เป็นซะบุไรมักจะได้เปรียบกว่าคนอื่น เนื่องจากพวกเขาจะได้รับอำนาจทางการเมืองและมีชนชั้นที่สูงขึ้น แต่ซะบุไรบางกลุ่มก็เป็นเพียงชาวนาและพันธมิตรที่จับอาวุธขึ้นปกป้องตนเองจากกลุ่มซาบุไรที่มีอำนาจสูงกว่า และผู้ปกครองที่จักรวรรดิส่งมา

เพื่อเก็บภาษีและครอบครองที่ดินของพวกเขา ซึ่งต่อมา ในช่วงยุคเฮอังตอนกลาง รวมหลักจรรยาต่างๆ ของพวกเขา

ดูบอลสด

หลังจากการผ่านพ้นของซามูไรพเนจรศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา

ผู้ที่จะมาเป็นซามูไรต่างได้รับการคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมและอ่านออกเขียนได้ โดยพวกเขาจะต้องสามารถใช้ชีวิตให้กลมกลืนไปกับคำกล่าวโบราณที่ว่า บุง บุ เรียว โดะ (สว่าง, ศิลปะอักษร, ศิลปะการทหาร, วิถีทั้งสอง) หรือ ความกลมกลืนแห่งพู่กันและดาบ ให้ได้ โดยจะเห็นจาก

ชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกเหล่านักรบในช่วงแรกๆ ว่า อุรุวะชิ คำนี้ถูกเขียนขึ้นมาด้วยตัวอักษรคันจิที่มีการผสมรวมระหว่างลักษณะเฉพาะตัวของศิลปะอักษร (ญี่ปุ่น: 文 โรมาจิ: bun ตรงกับภาษาจีน “บุ๋น”) และศิลปะการทหาร (ญี่ปุ่น: 武 โรมาจิ: bu ตรงกับภาษาจีน “บู๊”) เข้าด้วยกัน และมโนทัศน์เช่นเดียวกันนี้

ยังถูกกล่าวไว้ในเรื่องเล่าแห่งเฮเกะ (เฮเกะ โมะโนะงะตะริ, สมัยปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12) โดยมีการอ้างอิงไว้ในคำกล่าวของตัวละครที่มีต่อการตายของ ไทระ โนะ ทะดะโนริ นักดาบ-นักกวีผู้มีการศึกษาคนหนึ่งว่า: “เหล่าเพื่อนและพวกศัตรูต่างก็มีน้ำตาชุ่มเปียกที่แขนเสื้อ และพากันกล่าวว่า นักมวยปล้ำ

‘น่าเสียดายเหลือเกิน! ทะดะโนะริเป็นขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ มีฝีมือทั้งศิลปะการใช้ดาบและการกวี’ ” วิลเลียม สก็อตต์ วิลสัน ได้กล่าวเอาไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อ ไอเดียลส์ ออฟ เดอะ ซามูไร ว่า: “เหล่านักรบในเฮเกะ โมะโนะงะตะริ ถือได้ว่าเป็นตัวแบบสำหรับนักรบที่มีการศึกษาในรุ่นต่อๆ มา และอุดมการณ์ต่างๆ

ที่ถูกอธิบายโดยนักรบแต่ละคนในเรื่องเล่า ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำตามหรือเอื้อมถึง ยิ่งกว่านั้น อุดมการณ์เหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมนักรบชั้นสูง และยังเป็นสิ่งที่ถูกแนะนำว่าเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นรูปแบบของมนุษย์ติดอาวุธชาวญี่ปุ่นทุกคน ด้วยอิทธิพลของ

เฮเกะ โมะโนะงะตะริ นี่เอง ภาพลักษณ์ของนักรบญี่ปุ่นในงานวรรณกรรมต่างๆ จึงสุกงอมอย่างเต็มที่” ต่อมา วิลสันยังได้แปลงานเขียนของนักรบบางคนที่มีชื่อในเรื่องเล่าแห่งเฮเกะนี้

ลูกพระอาทิตย์

ลูกพระอาทิตย์ เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่ง

ลูกพระอาทิตย์ ยูโด (ญี่ปุ่น: 柔道 โรมาจิ: jūdō จูโด) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

ลูกพระอาทิตย์ โดยคะโน จิโงะโร ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัง ยูโด เดิมเรียกว่า ยูยิสสู ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่า ประวัติ ยูยิสสู ในประเทศญี่ปุ่นสมัยโบราณ ซึ่งเชื่อว่าตนเองเป็นลูกพระอาทิตย์ มีถิ่นที่อยู่บนเกาะใหญ่น้อยทั้งหลาย ราว ๆ 3,000-4,000 เกาะประชากร

ส่วนใหญ่ มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน และไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจ ผู้ที่ได้รับชัยชนะ ก็พยายามซ่องสุมเสริมสร้าง กำลังพลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผู้ที่พ่ายแพ้ ก็พยายามที่จะรวบรวม สมัครพรรคพวกที่พ่ายแพ้ขึ้นใหม่ เพื่อรอจังหวะช่วงชิงอำนาจกลับคืนมา ในสมัยนั้น

ประเทศญี่ปุ่น มีแต่การทำสงคราม นักรบของแต่ละเมือง จะได้รับการฝึกฝน ศิลปะการต่อสู้ ที่ใช้ในสงครามหลายชนิด เช่น การฟันดาบ การยิงธนู การใช้หอก ทวน หลาว การขี่ม้า และยูยิสสู ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ใช้มือเปล่า ในระยะประชิดตัว ไม่สามารถที่จะใช้อาวุธได้ถนัด การต่อสู้แบบยูยิสสูมิ

ได้มุ่งที่จะทำให้คู่ต่อสู้ มีอันตรายถึงชีวิต แต่มีจุดประสงค์ เพื่อให้คู่ต่อสู้ ได้รับบาดเจ็บและยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมแพ้ ก็อาจทำให้พิการทุพพลภาพ โดยใช้วิธีจับมือ หักข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

นักรบบนหลังม้า

ลูกพระอาทิตย์ นักรบญี่ปุ่นในสมัยนั้น จะต้องฝึกการต่อสู้ วิชายูยิสสูทุกคน และต้องฝึกสมาธิควบคู่ไปด้วย

ทุกคนจะต้อง มีความตั้งใจในการฝึก มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้ การทำร้ายคู่ต่อสู้ ด้วยยูยิสสู ไม่คำนึงถึง ความเมตตาและศีลธรรม และใช้เทคนิค คอยหาโอกาส ซ้ำเติมคู่ต่อสู้ ตลอดเวลา จึงทำให้อาจารย์ ที่ตั้งสถานที่ ฝึกอบรมวิชานี้ พยายามคิดค้น ประดิษฐ์ท่าทางกลวิธี แตกต่างกันออกไป อย่างอิสระ

สถานที่เปิดฝึกสอน หรือที่เรียกว่า โรงเรียนสำหรับ สอนวิชายิวยิตสู สมัยนั้นมีประมาณ 20 แห่ง ส่วนการต่อสู้ อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาวิชา ยูโด คือ ซูโม่ ซึ่งเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ของญี่ปุ่น ที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย ซูโม่เป็นการต่อสู้ ของคน 2 คน ใช้มือเปล่า และกำลังกาย

เข้าทำการต่อสู้ กันมาแต่สมัยโบราณกว่า 2,500 ปีมาแล้ว นักประวัติศาสตร์ ในวิชายิวยิตสู ได้สนใจซูโม่มาก จากหนังสือ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่รวบรวมขึ้น ภายใต้พระบรมราชโองการ ของพระจักรพรรดิ ชื่อ “นิฮงโชะกิ” ในปี พ.ศ. 1263 กล่าวถึงการแข่งขัน ในสมัยของจักรพรรด์ซุยนิน

ก่อนคริสต์ศักราช 230 ปี (พ.ศ. 313) ยืนยันว่าเป็นการเริ่มต้น ของวิชาซูโม่ ซึ่งแปลว่าการต่อสู้ โดยใช้กำลัง เข้าประลองกัน การต่อสู้ตาม หลักวิชาซูโม่ บางท่าจะตรง กับวิชายิวยิตสู ดูบอลสด

ดูบอลสด

การพัฒนาวิชายิวยิตสูเป็นวิชายูโด

ในตอนปลายยุคเซ็งโงะกุ วิชายิวยิตสูได้มีการรวบรวมไว้เป็นแบบแผน ต่อมาเมื่อ ตระกูลโทะกุงะวะ ได้ทำการปราบเจ้าแคว้นต่าง ๆ ให้สงบลงอย่างราบคาบ และตั้งตนเป็น โชกุน ปกครองประเทศญี่ปุ่น ได้มีการปรับปรุงวิชา การรบของพวกซะมุไร นอกจากวิชาการรบแล้ว ซะมุไรต้องเรียนหนังสือ

เพื่อศึกษาวิชาการปกครอง การอบรมจิตใจให้มีศีลธรรม ยิวยิตสูเป็นวิชาป้องกันตัว ชนิดหนึ่งในสมัยนั้น จึงต้องมีการปรับปรุง วิธีการต่อสู้ จากการไร้ศีลธรรม มาเป็นการป้องกัน การต่อสู้ด้วยกำลังกาย และกำลังใจ อันประกอบด้วยคุณธรรม มีจรรยามารยาท ที่สุภาพเรียบร้อยขึ้น เพื่อให้เหมาะสม

กับคำว่า ยิวยิตสู ซึ่งหมายความถึง ศิลปะแห่งความสุภาพ เมื่อมีการปรับปรุง บทบัญญัติทางศีลธรรม ของนักรบให้รัดกุมนี้เอง ทำให้ช่วง 50 ปีของสมัยกาไน บันจิ และคันม่ง (Kanei Banji and Kanmon พ.ศ. 2167-2216) ได้มีผู้เชี่ยวชาญ วิชายิวยิตสูขึ้นมามากมาย โดยมีวิชาที่เป็นแนวเดียว นักรบบนหลังม้า

กับยิวยิตสูแต่ใช้ชื่อ ต่างกันจำนวนมาก เช่น ไทจุสึ , วะจุสึ, โคะงุโซะกุ หรือ เค็มโปะ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมด เป็นการต่อสู้ ที่ทำให้คู่ต่อสู้พ่ายแพ้ โดยใช้มือเปล่า ทำให้วิชายิวยิตสู เป็นที่นิยมมาตลอด สมัยโทะกุงะวะ

เตรียมตัดสินใจ

เตรียมตัดสินใจ เรื่องสัญญาของลินการ์ด และกรีนวู้ดของแมนยู

เตรียมตัดสินใจ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่น่าไว้ใจรายหนึ่ง กำหนด ข้างในปี 2021 แมนฯ ยูไนเต็ด จะยื่นคำสัญญาที่มีช่วงเวลา 5 ปีให้กับ เมสัน กรีนวู้ด

เตรียมตัดสินใจ แม้ว่าจะเพิ่งจะเซ็นสัญญากันเมื่อตอนตุลาคม ปี 2019 ก็ตาม ในเวลาที่รายของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีศาจแดงจะใช้อ็อปชั่นขยายคำสัญญา 1 ปี แม้กระนั้นก็เป็นการทำเพื่อไม่ให้ ลินการ์ด ได้ย้ายออกจากกลุ่มแบบฟรีๆข้างหลังจบฤดูกาลนี้แค่นั้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสมาคมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะยื่นคำสัญญาฉบับใหม่ที่มีช่วงเวลา 5 ปีให้ เมสัน กรีนวู้ด แผงหน้าลูกหม้อของทีมไตร่ตรองข้างในปี 2021 ตามการเปิดเผยของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้รายงานข่าวที่มีความน่าไว้วางใจสูงฤดูนี้

กรีนวู้ด ยังไม่สามารถที่จะโชว์ฟอร์มเก่งได้ ภายหลังพึ่งทำไปเพียงแค่ 3 ประตูจากการลงเล่น 16 นัดหมายในทุกรายการ ในขณะที่ฤดูกาล

ก่อนเขาเคยได้รับการสรรเสริญว่าเป็นเยี่ยมในดาวรุ่งคนอังกฤษที่ได้รับการเฝ้าดูอย่างยิ่ง ภายหลังจากยิงไป 17 ลูก จากการลงไปในสนามในทุกรายการ 49 นัดหมาย

อย่างไรก็ดี โรมาโน่ เเผยว่า โอเล่ กุนท้องนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ยังพอใจฝีเท้าของกรีนวู้ด อยู่ จนถึงต้องการจะให้เขาอยู่กับทีมไปอีกนาน ฉุนไม่อยากพัก

โดยที่แท้ กรีนวู้ด ก็พึ่งเซ็นสัญญา กับทีมไปเมื่อ ตอนตุลาคม ปีกลาย ซึ่งข้อตกลงฉบับ เดี๋ยวนี้ของเขานั้น ส่งผลจนกระทั่ง ตอนซัมเมอร์ ปี 2023 กับมีอ็อปชั่น ขยายข้อตกลงอีก 1 ปี

ช่วงเวลาเดียวกัน เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษเปิดเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งมั่นจะใช้อ็อปชั่น ขยายคำสัญญา 1 ปีของ เจสซี่ ลินการ์ด เพื่อไม่ให้เขาได้ ย้ายออกจากทีม แบบฟรี ๆ ข้างหลังจบฤดูนี้

เพราะว่าแต่เดิม ลินการ์ด เหลือข้อตกลงกับ ทีมถึงตอนซัมเมอร์ ปีต่อไปแค่นั้น ท่ามกลางข่าวลือ ว่าเจ้าตัวตระเตรียม จะโดนโละเพราะว่า แปลงเป็นตัวเลือก ลำดับด้านหลัง ๆ ของกลุ่มแล้ว

เตรียมตัดสินใจ

เมซุต โอซิล กองกลาง อาร์เซน่อล เจาะจง ตนต้องการลงในสนามไปช่วยทีมสุดๆพร้อมชมเชย อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็นราวกับบิดาที่ดีของตนเองคนหนึ่ง

เตรียมตัดสินใจ เมซุต โอซิล ผู้เล่นคนสำคัญ อาร์เซน่อล สมาคมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เห็นด้วยว่าตนต้องการลงเล่นให้ทีมเพื่อช่วยกู้เหตุการณ์ของไอ้ปืนใหญ่ ให้ได้

จอมบุกชาวเยอรมันเปลี่ยนเป็นส่วนเกินของ อาร์เซน่อล อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากผิดสังกัดเดิมสมัครสมาชิกให้มีสิทธิ์ลงเล่นทั้งยังใน พรีเมียร์ลีก

รวมทั้ง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาลนี้ แต่ว่าเขาก็ตกลงใจที่จะอยู่จนถึงครบข้อตกลงที่จะหมดลงในตอนซัมเมอร์ ปีต่อไป

ช่วงเวลาเดียวกันอาร์เซน่อล ก็กำลังจะมีผลงานที่ตกต่ำเมื่อแพ้ผู้ใดในลีกมาแล้วถึง 7 ครั้งต่อๆกัน แถมยังเป็นการแพ้ถึง 5 นัดหมายด้วย จนกระทั่งทำให้เดี๋ยวนี้กลุ่มของผู้จัดการทีมฟุตบอล ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

มิเกล อาร์เตต้า มีเพียงแต่ 14 แต้มจากการลงเล่น 14 นัดหมาย อยู่ที่ 15 ของตารางคะแนน แล้วก็มีแต้มมากยิ่งกว่า ฟูปาดม กลุ่มในโซนตกชั้นเพียง 4 แต้มเพียงแค่นั้น

ดังนี้ ปัจจุบัน โอซิล เปิดตอนถาม-ตอบกับแฟนบอลบน ทวิตเตอร์ โซเชียลมีเดียออนไลน์มีชื่อเสียง โดยมีคนหนึ่งที่ถามคำถามว่าเขายังสุขสบายกับ อาร์เซน่อล ไหม

ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า มันเป็นตอนๆ ในตอนที่ยากลำเค็ญ สำหรับทุกคน ของชมรม ไม่ใช่สำหรับผมเพียง แค่ผู้เดียว มันเป็นเหตุการณ์ ที่ลำบากสำหรับทุกคน แน่ๆว่าเวลานี้ ผมต้องการช่วยกลุ่ม มากมายเป็นพิเศษ

แม้กระนั้นตราบเท่าที่ ผมมิได้รับช่องทาง ลงเล่นผมก็ ทำเป็นเพียงแค่ หวังว่าพวกเรา จะเห็นผลการแข่งขัน ชิงชัยที่ดียิ่งขึ้นในเร็วๆนี้

หน้าแข้งวัย 32 ปียังกล่าวชื่นชม อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมของอาร์เซน่อล เหตุว่าเป็นผู้ที่ดีจนกระทั่งเสมือน เป็นบิดาคนหนึ่ง สำหรับตน ดูบอลสด

เขาเป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมสุดๆแถมยังเป็นราวกับบิดาของอีกทั้งผมกับอีกหลายท่าน ผมรู้สึกว่าผู้คนจำนวนมากของ อาร์เซน่อล นึกถึงเขามากมายๆ

ตกตะลึงฝึก

ตกตะลึงฝึก นักเตะที่โชว์ท่าทางลากเลื้อยเข้าไปทำคะแนนงามๆบ่อยครั้ง

ตกตะลึงฝึก แฟนบอลตะลึงงันมองเห็นคลิปดิยัลโล่-อยากให้ถึงเดือนมกราคม

ตกตะลึงฝึก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ เผยคลิปฝึก ปัจจุบันของ อาหมัด ดิยัลโล่ ปีกดาวรุ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงซื้อจาก อตาลันต้า ในตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะย้ายเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างเป็นทางการในมกราคม ปีหน้า

“ภูติผีปีศาจแดง” ซื้อจอมบุกวัย 18 ปี มาร่วมทีม ด้วยค่าจ้างเบื้องต้น 19 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) รวมทั้ง มีเงื่อนไขจำเป็น ต้องจ่ายเพิ่มเติม 18.1 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 724 ล้านบาท) ตามข้อตกลงต่างๆ ที่ทำกันไว้ หลายคนแน่ใจ

มิได้ลงเล่นให้ อตาลันต้า ตั้งแต่ถูกขายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้กระนั้น เจ้าตัวยังร่วมฝึกซ้อม กับกลุ่มชุดใหญ่ รวมทั้ง จากคลิปลงฝึกซ้อมล่าสุด นักฟุตบอลแสดงให้เห็นถึง ฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฉุดตะลุยเข้าไปทำคะแนน ได้อย่างงดงามบ่อย

ภายหลังเห็นคลิปดังกล่าวข้างต้น มีคู่รักบอล “ปีศาจร้ายแดง” หลายราย ต้องการที่จะ ให้ถึงเวลาที่ นักฟุตบอลย้ายมา อยู่กับกลุ่มเสียรู้ ในตอนต้นปีถัดไป เช่น ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ชื่อว่า @ftbIswanny ที่แสดงความเห็นว่า “อาหมัด ในการซ้อม เรามีเพชรเม็ดงามแล้ว”

ด้าน @Vintage_Utd ทวีตเนื้อความว่า “เหลืออีกเพียง 46 วันที่ อาหมัด จะย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ผมแทบจะ รอคอยไม่ไหวแล้ว” ในขณะที่ @manutdtelles แสดงความเห็นว่า “อาหมัด ดิยัลโล่ พบกันม.ค.”

ตกตะลึงฝึก

ระวังทัวร์ลง มิโด้จวกถึงนักเตะปฏิบัติตัวเองติดโควิด

มิโด้ สมัยก่อนแผงหน้า กลุ่มชาติอียิปต์ ออกโรง วิภาควิจารณ์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวเก่ง หงส์แดง หลังไม่ยอมปฎิบัติ ตามมาตรการเว้นระยะห่างด้านสังคม จนส่งผลให้ ติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ระหว่างเดินทาง กลับมารับใช้ กองทัพทำศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ รอบเลือกเฟ้น

คาดว่า เขาติดโรคโควิด จากการไปร่วมงานสมรสน้องชาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีแขกจำนวนมาก รวมทั้งโดยมาก ก็มิได้ใส่หน้ากาก แล้วก็ไม่ได้ เว้นระยะห่าง ทำให้อดช่วยชาติ และบางที ก็อาจจะพลาดลงช่วย “หงส์แดง” พบ เลสเตอร์ ซิตี้ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

มิโด้ ที่เคยค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม รวมทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดเผยผ่าน อัล-นาฮาร์ ทีวี ว่า “ผมทราบว่า บางครั้งตัวเอง อาจโดนจู่โจมข้างหลัง การมีความเห็นคราวนี้ แต่ว่า มันต้องทำอย่างงี้ โมฮาเหม็ด ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ด้วยการไปร่วมงานสมรสน้องชาย ก่อนเกมกลุ่มชาติ เพียงแค่ไม่กี่วัน”

“เขาแสดงให้เห็นถึงความเพิกเฉยเป็นอย่างมาก กับการปกป้อง การรับเชื้อโคโรน่าไวรัส แล้วก็ผลก็คือ เขาติดเชื้อโรค การละเลยของเขา ทำให้กลุ่มชาติอียิปต์ จะต้องเสียนักเตะสำคัญ ในเกมที่สำคัญมากๆ รวมทั้ง ยังเสี่ยงต่อกระบวนการ ทำให้สหายร่วมกลุ่ม จะต้องเชื้ออีกด้วย”

“เขาไม่สมควร ไปงานสมรสน้องชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอย่างงี้ ในงานสมรส มีคนมาร่วมงานกว่า 800 คน และก็ครึ่งเดียว ก็เข้าไปกอดจูบ ซาลาห์ อีกหัวข้อ เป็นความเงียบของทุกคน ที่รับผิดชอบ ต่อความประมาท ของผู้เล่น ซึ่งการันตีความจริง ที่ว่านักเตะใหญ่กว่ากลุ่มชาติ และก็สิ่งนี้ จะส่งผลให้เกิด ความล้มเหลวครั้งใหญ่” มิโด้ กล่าว

ภายหลังจาก ซาลาห์ คิดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วนั้น อีกไม่กี่วันถัดมา โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ก็ติดเชื้อตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ระหว่างเดินทาง ไปยังประเทศโตโก จนโดนส่งตัวกลับบ้านกำเนิดโดยทันที ดูบอลสด

สร้างประวัติศาสตร์

สร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มในการแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ถ้วยใหญ่ รายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก 2021

สร้างประวัติศาสตร์ การแข่งบอล ชิงชนะเลิศสมาคมทวีปเอเชีย ถ้วยใหญ่ รายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก 2021

สร้างประวัติศาสตร์ ผ่านไปสู่รอบแบ่งกลุ่ม สำหรับในการแข่งบอล ชิงชนะเลิศสมาคม ทวีปเอเชีย ถ้วยใหญ่ รายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก 2021 ได้เป็นครั้งแรก

ของสโมสรหลังได้สิทธิ์ กระบวนการทำ กลุ่มมาจากสโมสรบอล “วายุภักษ์”ธนาคารกรุงไทย และก็กำลังจะ เดินหน้าสร้าง ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อีกเยอะมา กต่อจากนี้

แม้กระนั้นสิ่งที่น่าดึงดูด ไม่แพ้กันภายหลัง จากนี้เป็นเรื่อง ของการเติม เกมรุกเพื่อบุก ใส่คู่แข่งขันใน ตอนเลกลำดับ ที่สองรวมถึง การประลองใน บอลถ้วย ทวีปเอเชีย ซึ่งปัจจุบันชมรม คอนเฟิร์ม คว้าตัว ดิโอหรูหรา หลุยส์ ซานโต จากสโมสรยะโฮร์ดารุลทาซิม

เข้ามาสู่กลุ่มเป็น ที่เป็นระเบียบ เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในตอน ของการกักตัว 14 วัน เพื่อเตรียมสำหรับ ในการลงฝึกซ้อม กับทีมใน ช่วงต่อจากนี้ โปรแกรมโคตรโหด

แม้กระนั้นข่าวสาร การเสริมกองทัพ ของบีจีก็มี โดยตลอดใน ตอนที่ผ่านมา รวมทั้งอีกราย ที่จะเพิ่มใน ดินแดนหน้า เป็นรายของ “มุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา แผงหน้าจาก สมาพันธ์ชิมิสึ เอส พัลส์ ในศึกเจลีก 1 ของญี่ปุ่น

ซึ่งการเดินทาง มาร่วมทัพของ ธีรศิลป์ แดงดา จะเปลี่ยนเป็น แผงหน้าที่มีเชื้อสาย จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ คนที่ 3 ของ สโมสรบีจีปทุม ยูไนเต็ด หากว่าเจ้าตัวจะ กำเนิดและ ก็โตในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าก็มี ความสัมพันธ์ กับถิ่นกำเนิด ของพ่อที่ จังหวัด สุรินทร์

สร้างประวัติศาสตร์ อย่างป๊ะป๋าประสิทธิ์ แดงดา ซึ่งตอนนี้กำลัง ลงหลักปักฐาน อะคาเดมี่ลูกหนัง ปั้นแผงหน้าที่ จังหวัด สุรินทร์ 2 รายก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาที มีเชื้อสายสุรินทร์ เป็นรายของ เจนรบ สำเภาดี แล้วก็ สิโรจน์ ฉัตรทอง

สถิติการทำประตูของ 3 แนวรุกจากสุรินทร์ ในช่วงฤดูกาลนี้ ธีรศิลป์ แดงดา ลงเล่นเจลีก 23 นัดหมาย ยิง 3 ประตู 1 แอสซิสต์ ,

เจนรบ สำเภาดี ลงเล่นไทยลีก 8 นัดหมาย ยิง 2 ประตู 2 แอสซิสต์ ระหว่างที่ สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงสนาม 10 นัดหมาย ยิงไป 2 ประตู

ด้าน ดิโอหรูหรา หลุยส์ ซานโต วัย 33 ปี ที่จะผนึกกำลังด้วย ลงเล่นไทยลีก ตั้งแต่ปี 2015-2018 ยิงไป 133 ประตู

สร้างประวัติศาสตร์

โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือใหญ่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดเผยกลุ่มอาจมีการ เสริมกองทัพอีก แม้เป็นดีลที่ คุ้มแก่การลงทุน

ส่วนคู่แข่งขัน ที่น่าสยอง ชูท่าเรือ,ราชบุรีฯ,สิงห์ เชียงรายฯ ที่จะประมาทมิได้ การเคลื่อนที่ทีม “เดอะ แรบบิท” บีจี อุบล ยูไนเต็ด หัวหน้าฝูงไทยลีก 2020-21 ปัจจุบันแข่งขันไป 13 นัดหมาย มี 35 แต้ม นำหน้า การท่าเรือ เอฟซี รองผู้นำฝูงอยู่ 4 คะแนน ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

สร้างประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบัน โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน ที่ปรึกษาใหญ่ ของทีม ได้เผยเกี่ยวกับ การเสริมทัพในเลกสองว่า สำหรับเพื่อ การเสริมทัพ ของบีจีนั้น อย่างที่ทราบกันว่า

ในเลกสองพวกเราได้ ดิโอหรูหรา หลุยส์ ซานโต และก็มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา พวกเราคงทุ่ม จากที่น่าจะทุ่ม แม้กระนั้น อาจจะมิได้เยอะมาก อาจจะเป็นไป ตามจังหวะของ บอลกับจังหวะ ที่มาถึงแล้ว เป็นคนไหนกันแน่ ก็จะต้องคว้าไว้ ซึ่งหากลงทุนอีกหน่อย มันคงจะคุ้ม ดูบอลสด

สำหรับทีมที่น่ากลัว ในมุมมองของ ผู้ฝึกสอนตุ่ม ณ เวลานี้ จะต้องไล่มาตั้งแต่ การท่าเรือ เอฟซี , ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ สิงห์ เชียงรายฯ ซึ่งทำแต้ม ไล่มาอยู่แล้ว พวกเราจะประมาท ทีมไหนไม่ได้ ถึงแม้พวกเราจะ มีคะแนนทิ้งห่าง อยู่ก็ตาม