ผู้ใดจะไปเชื่อว่า

ผู้ใดจะไปเชื่อว่า ผู้เฝ้าประตูชาวบราสิเลียน จะเปลี่ยนเป็นวีรบุรุษให้กับหงส์แดง

ผู้ใดจะไปเชื่อว่า ภายหลังที่เขาขึ้นมาโหม่งประตูชัยในตอนทดเจ็บ ส่งให้บุกเชือด

ผู้ใดจะไปเชื่อว่า ชัยของ “เดอะ เร้ดส์” เป็นการเปิดช่องสว่างให้กับพวกเขาสำหรับเพื่อการลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์ ด้วยเหตุว่าในตอนนี้กลุ่มของที่ปรึกษาเจอร์เก้น คล็อปป์ มีแต้มตามหลัง เชลซี กลุ่มอันดับ 4 แค่เพียง 1 คะแนนแค่นั้น รวมทั้งเหลือการแข่งอีก 2 เกมซึ่งอะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้

นอกเหนือจากนั้น แนวทางการทำประตูของ โมฮาเหม็ด ในแมตช์นี้ ส่งให้เขามียอดตะบันตาข่ายคู่ต่อสู้ในลีกไปแล้ว 22 ประตูพอๆกับ แฮร์รี่ เคน ด้วยเหตุนั้นการลุ้นครอบครองรางวัลรองเท้าทอง หรือ “ดาวซัลโซสูงสุด” ในฤดูกาลนี้ยังคงเข้มข้นเหมือนกัน

  • อลีสซง ฮีโร่โคตรเพชฌฆาต

แฟนบอลอาจได้โอกาสได้มองเห็นผู้เฝ้าประตูขึ้นมาทำแต้มกันหลายทีแล้ว แม้กระนั้นสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” นี่เป็นครั้งแรกที่นายทวารของพวกเขามีชื่อบนสกอร์กระดานในฐานะผู้กระทำประตูเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สมาพันธ์ เปิดฉากตัวจริง

เป็นที่เข้าใจดีว่า เบ็คเกอร์ เป็นนายทวารจอมหนึบ รวมทั้งชอบช่วยกลุ่มเซฟลูกยากๆได้หลายต่อบ่อยครั้ง แล้วก็ในแมตช์นี้ภายหลังที่เสียประตูแรก เขาก็ได้โอกาสปกป้องจังหวะสำคัญให้กลุ่มทำให้ “ลิเวอร์พูล” ไม่กลายเป็นรอง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

อย่างไรก็ดีสกอร์ 1-1 ยังไม่พอสำหรับกลุ่มที่กำลังลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์ ด้วยเหตุนั้นทำให้ ผู้ใดจะไปเชื่อว่า ตกลงใจขึ้นไปหน้าประตูขณะที่สมาคมได้ลูกเตะมุมในช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บนาทีในที่สุด โดยมุ่งหมายว่าจะสร้างผลดีจากจังหวะนี้ให้ได้

แน่ๆว่าในเวลานั้นแฟนบอลหงส์แดง จำนวนมากอาจพร่ำบ่นหรือไม่ก็อาจสบถในเวลาที่เห็น อลีซซง วิ่งเข้ามาอยู่ในกรอบจุดโทษของ “เดอะ แบ็กกี้ส์” เนื่องจากว่าถ้าจังหวะนี้เจ้าบ้านตัดบอลได้ จากที่ทีมจะได้แต้ม ก็มีสิทธิ์ไม่ได้อะไรเลยเนื่องจากโดนสวนกลับ แล้วก็นายทวารของพวกเขามิได้อยู่เฝ้าเสาประตู

แม้กระนั้นเสมือนสวรรค์ได้ตีเส้นโชคชะตาเอาไว้แล้ว ด้วยเหตุว่าผู้ใดกันแน่จะไปมีความคิดว่าจังหวะนั้น ยืนอยู่โล่งๆไม่มีคู่แข่งขันมาเกาะติด ในตอนที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็เปิดลูกเตะมุมแม่นเหมือนจับวาง พุ่งเข้าหัว โกลเลือดแซมบ้า ที่สลัดหัวจ่ายบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างน่าเกินจริง

ถ้าเกิดจบฤดูกาลนี้ แล้วสามารถคว้าโควตาไปฝ่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ แน่ๆว่าประตูของ อลีซซง เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้ได้โอกาสฝ่าศึกบอลถ้วยใบโตของยุโรปในช่วงฤดูกาลหน้า

ผู้ใดจะไปเชื่อว่า

  • ติอาโก้ ฟอร์มพัฒนาขึ้นในช่วงท้ายซีซั่น

แมตช์นี้ตอนต้นเกม ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก แถมพวกเขายังจำเป็นต้องกลายเป็นรอง 0-1 จากการเล่นเกมรับที่น่าผิดหวัง อย่างไรก็แล้วแต่จากนั้นไม่นาน “ลิเวอร์พูล” จะต้องขอบคุณมากการเล่นเร็วของ ฟาบินโญ่ ที่ก่อให้เกิดประตูตีเสมอ 1-1 ของ โมฮาเหม็ด

แต่หนึ่งในนักฟุตบอลที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ “เร้ดส์” ทำผลงานเหนือกว่า เวสต์บรอมฯ นับจากที่พวกเขามีสกอร์ด้อยกว่า ก็คือ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เพราะเหตุว่านักเตะมีส่วนสำคัญสำหรับในการคุมจังหวะในแผงกองกลาง รวมทั้งบีบคั้นจนถึงมิดฟิลด์เจ้าของบ้านทำอะไรมิได้เลย

กองกลางชาวสแปนิช ทำผลงานได้อย่างสะดุดตาอีกทั้งการหาพื้นที่ว่างในแผงมิดฟิลด์ถึงแม้ว่า แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมเวสต์บรอมฯ ย้ำการเล่นแบบอุดแหลก ขณะเดียวกันเขายังผ่านบอลได้อย่างเที่ยงตรงบ่อยมากให้สหายร่วมทีม, ลากบอลหลบคู่ปรับได้ 100 เปอร์เซนต์, สร้างจังหวะได้ 5 ครั้ง และก็สัมผัสบอล 120 ครั้ง ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ด้วยเหตุดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะกล่าวชื่นชมผลงานของ ติอาโก้ ที่บอกให้เห็นในแมตช์นี้

เพราะว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมบุกในเวลาเดียวกันการเล่นเกมรับก็ไม่มีข้อบกพร่อง โชคร้ายที่ฟอร์มของเจ้าตัวมาเข้าฝักในตอนโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แม้มองดูในทางบวกนี่บางทีอาจเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับ ติอาโก้ ซึ่งสามารถปรับนิสัยกับเกมพรีเมียร์ลีกได้แล้ว แล้วก็ในช่วงฤดูกาลหน้าสาวก “ค็อป” จะได้มองเห็นฟอร์มที่จริงจริงของเขา

  • วีเออาร์ช่วยพลิกสถานการณ์ลิเวอร์พูล

ในความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์ บางครั้งอาจจะไม่จบอย่างงี้แม้จังหวะที่ ไค บาร์ตลี่ย์ จ่ายบอลเข้าไปซุกตูดตาข่ายให้เจ้าของบ้านได้ประตู แม้กระนั้นโชคร้ายที่จังหวะนั้น “วีเออาร์” เข้ามาช่วยชีวิต “เดอะ เร้ดส์” อย่างแท้จริง สำหรับประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะเตะมุม แล้วก็เป็น บาร์ตลี่ย์ ที่สัมผัสบอลคนท้ายที่สุดก่อนที่จะมันจะเข้าไปนอนกองอยู่ในตาข่าย

แต่ว่าโชคร้ายที่ ไมค์ ดีน ผู้ตัดสินได้เช็กกับวีเออาร์แล้ว และไม่ให้ประตูเนื่องมาจาก แมตต์ ฟิลลิปส์ ไปยืนขวางการเล่นของ อลีสซง ที่จริงแล้วถ้าเกิดมองดูคร่าวๆหลายๆคนก็ยังงงว่าเพราะเหตุใดประตูที่ บาร์ตลี่ย์ ทำถึงโดนยึดไป แม้ว่าดูทุกมุมเจ้าตัวก็มิได้ล้ำหน้าหรือทำฟาวล์ แต่ว่าเมื่อพิจารณาอย่างพิถีพิถัน ในจังหวะที่ ฟิลลิปส์ ไปยืนข้างหน้า นับว่ามีส่วนกับเกม เพราะเหตุว่าทำให้โกล์ เสียสมาธิ โน่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ให้ เวสต์บรอม มิได้ประตูนี้

กระนั้นถ้าหากมองดูแบบเป็นกลางมิได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จังหวะที่ ฟิลลิปส์ ยืนอยู่เบื้องหน้า แทบจะไม่มีส่วนกับเกมอะไรก็แล้วแต่ทั้งนั้น แล้วก็ถ้าจะเป็นการก่อกวนโกล์ก็อาจเป็นเนื่องจากว่าเขาดันไปยืนบังรัศมีการมองมองเห็นของ นายด่านชาวบราสิเลียน เพียงแค่นั้น เนื่องจากว่าหากไม่มี ฟิลลิปส์ ยืนทำลายจังหวะแบบงั้น อลีสซง อาจจะมีจังหวะพุ่งไปปัดลูกยิงของ บาร์ตลี่ย์ ได้ทันก็ได้ คนไหนจะไปทราบ

ผู้ใดจะไปเชื่อว่า

  • ลุ้นรองเท้าทองคำเข้มข้น

ประตูของ โมฮาเหม็ด ที่ซัดเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในนาทีที่ 33 ส่งให้เขาตะบันตาข่ายในเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 22 ประตูพอๆกับ แฮร์รี่ เคน ดาวยิง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แมตช์นี้จะว่าไปแล้ว “บังโม” ไม่ค่อยได้โอกาสทำคะแนนมากนักในครึ่งแรก แม้กระนั้นด้วยการติดต่อประสานงานอย่างดีเยี่ยมระหว่าง ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้ “ลิเวอร์พูล” ได้ประตูตีเสมอที่สุดยอดจากปลายสตั๊ดของ “คิง ออฟ อียิปต์”

สำหรับประตูดังกล่าวนอกเหนือจากที่จะเป็นแรงผลักดันทำให้ พลิกกลับมาชนะได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บจากการโหม่งของ อลีสซง เพียงแค่นั้น แต่ว่ายังเป็นประตูที่ทำให้ ทำสถิติจ่ายบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายพอๆกับ เคน ทำให้ทั้งสองรั้งอันดับ 1 ดาวซัลโวลีกตอนนี้

เวลาที่อันดับ 2, 3 รวมทั้ง 4 เป็นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผู้นำกองทัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (18) , ซน ฮึง-มิน ศูนย์หน้าสเปอร์ส (17) และก็ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน แผงหน้าเจ้าเวหา เอฟเวอร์ตัน (16) เป็นลำดับ ดูบอลสด

ด้วยเหตุนั้นในตอน 2 แมตช์สุดท้ายทั้งผองที่เอ่ยชื่อออกมาบางทีอาจยังมีสิทธิ์ที่จะทำแต้มเพื่อขึ้นไปคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดในฤดูกาลนี้ได้ตามทฤษฏี แต่ว่า ซาลาห์ กับ เคน ค่อนจะมีภาษีเหนือกว่าคนอื่นด้วยเหตุดังกล่าวคงไม่ผิดถ้าเกิดจะบอกว่า “โกลเด้น บูท” เหลือม้า 2 ตัวแข่งขันแย่งกันเพียงแค่นั้น