ปั่นโค้งสุดสวย

ปั่นโค้งสุดสวย จิ้งจอกสยาม พบงานสบายเท้าหลังผู้ร่วมทีมของ เบรนแดน รอดเจอร์ส

ปั่นโค้งสุดสวย บุกไปไล่กระหน่ำ สโต๊ค สิตี้ กลุ่มจากแชมเปี้ยนชิพ 4-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 ถัดไป ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3

ปั่นโค้งสุดสวย การแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบ 3  สเตเดี้ยม เป็นการเจอกันระหว่าง สโต๊ค สิตี้ เจอ เลสเตอร์ สิตี้เลสเตอร์ สิตี้ ของผู้จัดการทีม เบรนดินแดน รอดพบร์ส

เกมนี้จัดชุดผสม ผู้เล่นตัวจริงกับ ผู้เล่นสำรองลงเล่น โดยแนวรุกเอามาโดย ฮาร์วีย์ บาร์นส์ แล้วก็ ยูริ ตีเลอมันส์ รอทำเกมเกื้อหนุน อโยเซ่ เปเรซ ที่ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ปรับทัพยกชุด

สโต๊ค ซิตี้ : โจเซฟ บูร์ซิค – แดนนี่ แบ็ตธ์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แฮร์รี่ ซู้ตทาร์ – ทอม สมิธ, โจ อัลเลน, แซม คลูคาส, จอห์น โอบี มิเกล, เจมส์ แม็คคลีน- เจค็อบ บราวน์, แซม โว้กส์

เลสเตอร์ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอห์นนี่ อีแวนส์, เวสลีย์ โฟฟาน่า, ทิโมธี กาสตานเย่ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ยูริ ตีเลอมันส์, เดนนิส ปราต, วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ – อโยเซ่ เปเรซ

ครึ่งแรกเกมดำเนินมาถึง นาทีที่ 8 เลสเตอร์ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เพิ่มเติมขึ้นมาทางกราบขวาแล้วส่งบอลเข้าจุดโทษให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ กดเรียดด้วยขวาแต่ว่ายังติดเซฟของ โจเซฟ บูร์สิค ปัดออกข้างหลังไปได้

ปั่นโค้งสุดสวย

ต่อไปยังเป็นทัพ จิ้งจอก ที่รูปเกมเหนือกว่าเด่นชัด กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0

ในนาที 34 จากจังหวะที่ เจมส์ จัสติน ได้บอลทางกราบซ้าย ก่อนที่จะลาก ตัดเข้าในแล้ว กดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแทงสามเหลี่ยม เสาไกลเข้าไป อย่างงดงาม ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

กลุ่มเยี่ยมยังคง เปิดเกมบุกใ ส่ได้อย่างสม่ำเสมอ ภายหลังจาก ได้ประตูขึ้นนำ ส่วน สโต๊ค ยังตั้งเกมของ ตนมิได้จะต้อ เล่นเกมรับอยู่ฝ่ายเดียว แและยังไม่มี จังหวะชัดเจน ร่วมกันทั้งสอง ทำให้จบครึ่งแรก เลสเตอร์ บุกมานำ สโต๊ค สิตี้ 1-0

กลับมาบู๊ต่อในช่วงหลัง นาที59 เดอะ ฟ็อกซ์ กลุ่มเยี่ยมมาได้ ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะ ยูริ ตีเลอมันส์ เปิดบอลยาวทะลุแนวรับ ของสโต๊คบอล หลุดมาถึง มาร์ค อัลไบรท์ตัน หักหลบเข้ากึ่งกลาง ประตูก่อนซัดด้วย ซ้ายพุ่งแทงมุมเข้าไป

นาที79 แขกมาได้ประตู นำลิ่วอีกเม็ดข้างหลัง บอลขึ้นทางขวามือ เดนนิส ปราต เฉือนเลียดเข้ากึ่งกลางให้ ทิโมธี กาสตานเย่ จ่ายเร็วให้ อโยเซ่ เปเรซ ยิงเตียน ๆ เข้าไปไม่เหลือให้ เลสเตอร์ สิตี้ นำห่าง 3-0 ดูบอลสด

แค่นี้ไม่พอ อีก 3 นาทีต่อมา สกอร์นำห่างเป็น 4-0 บอลจากขอบเส้น เจมส์ จัสติน ครอสเข้าไปในกรอบ 6 หลา หน้าแข้งเจ้าถิ่นสกัดบอล ไม่ดีมาเข้าทาง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซัดเข้าไปไม่พลาด จบเกม เลสเตอร์ สิตี้ บุกมาเอาชนะเจ้าถิ่น สโต๊ค สิตี้ กินขาด 4-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 ถัดไป