โดนทัวร์ไปลงราบ

โดนทัวร์ไปลงราบ หลังจากไปแซะๆกระแหนะใส่ทีมหงส์ เลยโดนจวกไป

โดนทัวร์ไปลงราบ จอห์น แบร็ดลี่ย์ นักแสดงจากซีรี่ส์ดัง เกม ออฟ โธรนส์

โดนทัวร์ไปลงราบ ซึ่งเป็นแฟนบอลตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงแขวะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ที่ถ่ายรูปฉลองแชมป์ กับทั้งถ้วย พรีเมียร์ลีก ที่ได้ในฤดูกาลนี้ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ได้เมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยบอกว่า หากเป็นนักเตะ “ปีศาจแดง” ไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน

แบร็ดลี่ย์ ที่รับบทเป็น แซมเวลล์ ทาร์ลี่ย์ ในซีรี่ส์ดัง เผยว่า “ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ตอนที่เราได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แต่แพ้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ดูซิ นักเตะของเรา ถ่ายรูปร่วมกับ ทั้งสองถ้วยแชมป์เหรอ ?? พวกเขาน่าจะทำอย่างอื่นนะ” ถ้าราคาตกจะคว้าไว้เลย

เมื่อโดนแฟนบอล “หงส์แดง” บางรายย้อนว่า ลิเวอร์พูล ยังถือว่าเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะการแข่งขันในปีนี้ ยังไม่จบนั้น แบร็ดลี่ย์ ก็เถียงว่า “หลังนกหวีดจบเกมที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์โพสต์รูปกับถ้วยแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่อไป คนอื่นๆ คงจะเจียมเนื้อเจียมตัว”

จากนั้น ก็มีแฟนบอลหลายราย ไปถล่ม แบร็ดลี่ย์ อย่าง แกเร็ธ เดวิส ที่ทวีตข้อความว่า “ยังไงเรา ก็ยังเป็น แชมป์ทีมปัจจุบันอยู่นะ ยังไม่มีทีมไหนได้แชมป์ต่อจากเรา และทัวร์นาเมนต์ก็ยังคงเล่นอยู่ คุณควรจะไปทุ่มสมาธิกับการแย่งอันดับ 4 ดีกว่านะ”

ขณะที่ ทอม แฮร์ริส ทวีตข้อความว่า “ถ้าผมยังอยู่ ในช่วงสองซีซั่น สุดท้ายของ เกม ออฟ โธรนส์ ผมก็คง ละอายใจ อย่างไรก็ตาม พวกเรายังอยู่ตรงนี้”

ส่วน เรย์อาร์7 แสดงความเห็นว่า “ความน่าละอาย คงเหมือนการที่แฟนๆ หลายล้านโดนทำลายจาก เกม ออฟ โธรนส์ เพราะซีซั่น 8 เยี่ยมเหมือนกับ เจสซี่ ลินการ์ด ยังไงยังงั้นเลย”

โดนทัวร์ไปลงราบ

สตีฟ บรูซ กุนซือทีมเจ้าถิ่น ขาดผู้เล่นแนวรับหลายราย

โดยเกมนี้ขยับ ฮาเวียร์ มานกีโญ่ และ แดนนี่ โรส 2 วิงแบ็กมายืนเป็นปราการหลังตัวกลางในระบบหลัง 3 โดยมี เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ คอยประคอง ส่วนแดนหน้ายังคงใช้ อัลแล็ง แซงต์-แม็กซิแม็ง เป็นตัวป่วนเกมรับทีมเยือน

ฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล จัดทัพได้เซอร์ไพรส์แฟนบอลไม่น้อยเมื่อดรอปสามประสานแดนหน้า ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่  

โดยเลือกใช้ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ทาคูมิ มินามิโนะ และดิว็อค โอริกี ลงเป็นตัวจริงแทน ขณะที่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กดาวรุ่งเลือดสเกาซ์ก็ได้รับหน้าที่ลงเล่นแทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 ตั้งแต่ 25 วินาทีแรก เมื่อ จอนโจ้ เชลวี่ เล่นลูกฟรีคิกเร็วบริเวณกลางสนามตักบอลให้กับ ดไวท์ เกล หลุดเดี่ยวเข้าไปจิ้มบอลผ่านตัว ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

อลีสซง เบ็คเกอร์ โดยผู้ตัดสินต้องใช้ วีเออาร์ เพื่อช่วยตัดสินอีกครั้งและยืนยันการได้ประตูนี้ของเจ้าถิ่น 33 เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ แนวรับเจ้าถิ่นเติมเกมขึ้นมาได้โอกาสซัดด้วยขวาบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ อลีสซง ยังทุบออกหลังไว้ได้

น. 38 อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กระชากบอลไปทางกราบขวาแล้วครอสเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ขึ้นโขกบอลย้อยเข้าประตู เกมกลับมาเท่ากัน 1-1 ดูบอลสด

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 น.59 ดิว็อค โอริกี รับบอลต่อจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนจะเลี้ยงบอลตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดสวย “หงส์แดง” พลิกขึ้นนำ 2-1

น.64 คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนแผงแนวรุกทั้งสามคน โดยส่ง ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ลงสนาม น.88 มาเน่ ที่ลงเป็นตัวสำรอง ซัดประตูจากจังหวะตัดเข้าในด้วยเท้าขวาบอลโค้งเข้าสู่ก้นตาขายอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล นำห่างเป็น 3-1

จบเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1 ปิดฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ โดยมี 99 คะแนนซึ่งเป็นแต้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ขณะที่ นิวคาสเซิล มี 44 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของตาราง