แชมป์แล้วแต่ไม่วางใจ

แชมป์แล้วแต่ไม่วางใจ มุ่งมั่นในการเก็บแต้มต่อไปของตัวเองจนกว่าจะสุดตาราง

แชมป์แล้วแต่ไม่วางใจ แมนฯ ซิตี้ พ่ายแพ้ต่อ เชลซี ในเกมลีกล่าสุดพร้อมส่งให้ หงส์แดง เป็นแชมป์เรียบร้อย

แชมป์แล้วแต่ไม่วางใจ ทว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “เรือใบสีฟ้า” กลับมามั่นใจอีกครั้งหลังผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ด้วยการบุกชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 ซึ่งเกมนั้นก็มีหมุนเวียนผู้เล่นบางส่ว นแต่คืนนี้! น่าจะกลับมา จัดเต็มอีกครั้ง เกมเอฟเอ คัพเมื่อสุดสัปดาห์ ได้พักทั้งแมตช์ แน่นอนว่าคืนนี้เขาจะได้กลับมาลงตัวจริงอีกครั้ง ตอนนี้เจ้าตัวเก็บคลีนชีทมา 11 นัดมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ร่วมกับอีก 3 นายด่านและ ตามหลัง อลิสซง ซึ่งอยู่อันดับ 2 อยู่ 1 นัด

แบ็กขวายังคงใช้ ไคล์ วอล์คเกอร์ ต่อไปซึ่งเป็น ตำแหน่งเดียวที่ เป๊ป ดูไว้ใจมากที่สุด ในแผงหลัง ขณะที่แบ็กซ้าย เบนฌาแม็ง เมนดี้ แม้ว่าจะผิดพลาดในเกมพ่ายเชลซี แต่เจ้าตัวยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ทว่ามี โอกาสเช่นกันที่ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ จะเบียดแย่งตัวจริง ส่วนเซนเตอร์แบ็ก ทีมจะขาด แฟร์นันดินโญ่ ที่โดนใบแดงจากเกมเชลซี ดังนั้น นิโกลัส โอตาเมนดี้ และ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ จะได้ออกสตาร์ทตัวจริง มั่นใจมาพอแล้ว

เป๊ป น่าจะหมุนเวียน ผู้เล่นหนึ่งคนโดย ดาบิด ซิลบา ซึ่งลงตัวจริงในเกมเอฟเอ คัพจะกลับไปมา นั่งสำรอง และส่งกองกลางชุดเดิม จากเกมพบเชลซี ซึ่งประกอบด้วย อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ และ เควิน เดอ บรอยน์ ลงสนาม แม้ว่าทั้งสาม จะลงเล่น ในเกมชนะ นิวคาสเซิ่ล แต่ก็ถือเป็น แนวรุกที่ ลงตัวที่สุดแล้ว การใช้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เล่นเป็นกองหน้าแบบ เฟลส 9 ในเกมพ่ายเชลซี ไม่เวิร์คเท่าไหร่นัก

แชมป์แล้วแต่ไม่วางใจ

ดังนั้น กาเบรียล เชซุส จะลงเล่นโดยมี มาห์เรซ และสเตอร์ลิง

คอยทำเกมรุกด้านข้าง แต่ยังมีโอกาสที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จะออกสตาร์ทตัวจริงแทน ริยาด มาห์เรซ​ เหมือนกัน เนื่องจากเขา ได้พักในศึกเอฟเอ คัพที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ พรีเมียร์ลีก! ฤดูกาล 2019/20 คงต้องการ เก็บแต้มเรื่อยๆ ในอีก 7 นัดที่เหลือเพื่อทำลายสถิติสูงสุด 100 แต้มของ แมนฯ ซิตี้ ลูกทีมของ คล็อปป์ มีสภาพความฟิตมากกว่า แมนฯ ซิตี้ หลังจากพักมา 1 อาทิตย์เต็มๆ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล

เกมที่แล้วกับ คริสตัล พาเลซ​ นายด่านบราซิลเลี่ยนไม่มีงานตลอด ทั้งเกมเนื่องจาก คู่แข่งจับบอลในเขตโทษ ไม่ได้เลยสักครั้ง แต่เกมนี้ คงต้องพร้อม สำหรับแนวรุกของซิตี้ที่จะเข้ามาทดสอบความหนึบของเขา โฌแอล มาติป ปิดเทอมเรียบร้อยหลังบาดเจ็บเท้า

ดังนั้น โจ โกเมซ จะจับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เช่นเดิม ส่วน เดยัน ลอฟเรน ต้องรอโอกาส ที่ม้านั่งสำรองต่อไป ส่วนแบ็ก ทั้งสองข้างอย่าง อาร์โนลด์ และโรเบิร์ตสัน ยังประจำการ และน่าจะเป็น ส่วนสำคัญ ในการเติมเกม รุกโจมตีแนวรับ เรือใบสีฟ้า ดูบอลสด

สามประสานแดนกลางน่าจะใช้ชุดเดิมจากนัดที่แล้ว โดย ฟาบินโญ่ เพิ่งโชว์ฟอร์มเด็ดด้วยการยิง 1 จ่าย 1 เขายังทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวต่ำเปิดทางให้ เฮนเดอร์สัน และไวจ์นัลดุม ขยับขึ้นสูงช่วยทำเกมรุก โดยเฉพาะในรายของ ไวจ์นัลดุม ที่จะสอดขึ้นไปทำประตูบ่อยครั้ง ถือเป็นกองกลางที่ลงตัวที่สุดของหงส์แดงแล้ว

แดนหน้ายังคงใช้สามประสานที่คุ้นเคย ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนในเกมคืนนี้หลังจากนัดที่แล้วทั้ง มาเน่ และซาลาห์ ต่างมีชื่อทำประตู ส่วนในรายของ ทาคูมิ มินามิโนะ และดิว็อค โอริกี้ รอคอยโอกาสที่ม้านั่งสำรองต่อไปหลังทั้งคู่ยังโชว์ฟอร์มไม่น่าประทับใจมากนัก