วิถีแห่งดาบ

วิถีแห่งดาบ เป็นศิลปวิทยายุทธ์มีพื้นฐานมาจากการใช้ดาบของซามูไร ที่สืบทอดกันมา

วิถีแห่งดาบ เคนโด้ วิถีแห่งดาบของชาวญี่ปุ่น “เคนโด้”(Kendo) คือ ศิลปวิทยายุทธ์ ที่มีความหมายว่า วิถีแห่งดาบ

วิถีแห่งดาบ โดยมีพื้นฐานมาจากการ ใช้ดาบของซามูไร ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ ค.ศ. 789 จนกระทั่งพัฒนามาเป็นกีฬาเคนโด้ และกำลังได้รับความนิยมในกว่า 28 ประเทศทั่วโลก นอกจากจะเป็นวิชาการต่อสู้ ที่รวดเร็วและเด็ดขาดแล้ว เคนโด้ยังแฝง หลักจริยธรรมของนักรบ และความลึกล้ำ

ด้านจิตวิญญาณ ของศาสนาไว้อีกด้วย วิชาเคนโด้จึงถูกนำมาเป็น วิชาการปกครองแขนงหนึ่ง ซึ่งนักรบชนชั้นปกครอง  รวมทั้งเหล่าวิญญูชน ให้ความนับถือ ยกย่องเป็นพิเศษมาช้านาน จนกระทั่งแพร่หลาย ไปเป็นวิชาหนึ่งในสถาบัน วิชาการปกครอง และการทหารต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้ง

ในประเทศไทย แก่นแท้ของวิชาเคนโด้ (Kendo)?คือ การผนวก ดาบ จิตใจ และร่างกาย เข้าเป็นหนึ่ง การโจมตีโดยดาบไม้ไผ่ หรือชินัย ซึ่งประสานจิตและกายไว้เป็นหนึ่งเดียว จนเอาชนะคู่แข่งได้ในพริบตานั้นจะเรียกว่า อิทโชะคุ อิตโต ( ISSOKU ITTO) หรือ “ดาบเดียวในหนึ่งก้าว” ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ดัดแปลงเป็นกีฬา

วิถีแห่งดาบ สำหรับประวัติเคนโด้ในประเทศไทย

คำว่า “เคนโด้ (Kendo)” นั้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514-5 ประเทศไทยเรารู้จัก กีฬาเคนโด้เป็นครั้งแรก ทางหน้าจอโทรทัศน์ ก็คือเรื่อง Ore wa Otoko da! (ข้าคือลูกผู้ชาย) ที่ใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยง่าย ๆ แต่ติดปากว่า “เคนโด้ (Kendo)“ เนื้อเรื่องกล่าวถึง การต่อสู้ของลูกผู้ชายอย่าง ดูบอลสด

โคบายาชิ โคจิ ที่ไม่ชอบการที่ผู้หญิงมีอิทธิพลอย่างสูง ในโรงเรียนอาโอบะ โดยใช้การต่อสู้ ของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ผ่านดาบไม้ไผ่ (เคนโด้) สร้างชมรมเคนโด้ ขึ้นมาด้วย ความยากลำบาก การเป็นขมิ้นกับปูนกับ โยชิคาว่า มิซาโอะ หัวหน้าชมรมดรัมเมเยอร์ ได้สร้างสีสันให้กับหนังเรื่องนี้

เป็นอย่างมาก หลังจากเรื่องดังกล่าว จบไปแล้ว คำว่า “เคนโด้” ก็เลือนหายไป จนกระทั่ง เมื่อเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2528 ได้มีอาสาสมัครชาวญี่ปุ่น ผู้ชำนาญในสาขาพลศึกษา ชื่ออาจารย์เคอิชิ นากาเน่ ( Keishi Nakane) เดินทางมาเป็นอาสาสมัคร ประจำที่วิทยาลัยพลศึกษา กรุงเทพฯ

อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และได้นำเคนโด้ ที่อาจารย์ถนัดที่สุด เผยแพร่เป็นครั้งแรก

ดูบอลสด

โดยทำการฝึกสอน ให้กับทางคณาจารย์ และนักศึกษาที่สนใจ ในเวลาเย็น ขณะนั้นอาจารย์ได้รับ 5 ดั้งจากสหพันธ์ เคนโด้ญี่ปุ่น

แต่เนื่องจากชุด และอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมเคนโด้นั้น มีราคาสูงมาก อาจารย์เคอิชิ นากาเน่ จึงได้ติดต่อชุดอุปกรณ์จาก JICA (Japan International Cooperation Agency) จำนวน 20 ชุดและขอชุดเก่า จากสหพันธ์เคนโด้ญีปุ่น อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ผู้ที่สนใจในเมืองไทย ดัดแปลงเป็นกีฬา

ได้ฝึกซ้อมหลังจากนั้น ผู้ที่เล่นเคนโด้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 คนก็ได้ออกไปเผยแพร่ ตามสถานที่ต่าง ๆ และถูกส่งไปเข้าร่วม การแข่งขันฝึกซ้อมกัน กับประเทศอาเซียน ที่เล่นกันอยู่เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อยู่เป็นประจำ ต่อมาก็มีสถาบัน หลายแห่งที่ให้ความสนใจ ในกีฬาเคนโด้ จึงได้เรียนเชิญ

อาจารย์เคอิชิ นากาเน่ ไปช่วยแนะนำ การเล่นและฝึกสอน เช่นโรงเรียนนายเรือ , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรมพลศึกษา ต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2533 ก็ได้มีคนไทย ที่ไปเรียนยังต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, เกาหลี และญี่ปุ่น ได้ฝึกเล่นเคนโด้ และเดินทางกลับมา รวมตัวกัน ขึ้นร่วมกับ

ชาวญี่ปุ่น ที่สนใจอยู่แล้ว รวมกันก่อตั้ง ชมรมกีฬาเคนโด้ แห่งประเทศไทย ( Thailand Kendo Club) ขึ้น และในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ทางชมรมได้ร่วมกับ กรมพลศึกษาเป็นเจ้าภาพ รับจัดการแข่งขัน เคนโด้ชิงชนะเลิศ อาเซียนครั้งที่ 3 ขึ้น ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ