นักมวยปล้ำ

นักมวยปล้ำ Yokozuna เป็นตำแหน่งสูงสุดที่นักซูโม่ทุกคนใฝ่ฝัน

นักมวยปล้ำ ซูโม่ (ญี่ปุ่น: 相撲 โรมาจิ: sumō ทับศัพท์: ซูโม) หรือมวยปล้ำญี่ปุ่นเป็นกีฬาประจำชาติ ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น

นักมวยปล้ำ ประวัติของซูโม่ สามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 8 โดยวังหลวง ได้คัดเลือกนักมวยปล้ำ จากกองทัพมาสู้กัน เพื่อสร้างความบันเทิง แก่ชาววังในเกียวโต และพัฒนาจนกลายเป็น กีฬาอาชีพในปัจจุบัน นอกจากนั้น ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม จากประเทศในยุโรป เช่น

อังกฤษ เป็นต้น อีกด้วย ประเพณีที่ยึดถือ ในกีฬาซูโม่นั้น มีความเก่าแก่มาก และยึดถือเป็นแบบปฏิบัติ ต่อเนื่องกันมาถึงปัจจุบัน เช่น การโปรยเกลืออันเป็น สัญลักษณ์แสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นประเพณี ที่ซูโม่ถูกนำมาใช้ การใช้ชีวิตของ นักปล้ำซูโม่นั้นเคร่งครัด เป็นอย่างยิ่ง และอยู่ภายใต้

กฎเกณฑ์ ที่กำหนดโดย สมาคมซูโม่ นักปล้ำซูโม่อาชีพ จะใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ค่ายสังกัด (heya) ของตนเอง โดยแบบแผนการ ดำเนินชีวิตในทุกด้าน นับตั้งแต่ อาหารการกิน ไปจนกระทั่งการแต่งกายนั้น ถูกกำหนดด้วยประเพณี ปฏิบัติอันเคร่งครัด แต่เดิมซูโม่ไม่ได้เป็นกีฬา เอาไว้ชมกันอย่างเดียว

แต่ยังเอาไว้แสดง ประกอบพิธีกรรมหน้าเทพเจ้า ตามความเชื่อของชินโต เพื่อแสดงความเคารพเทพเจ้า และเพื่อขอพรให้พืชผลออกดี ในฤดูเก็บเกี่ยวอีกด้วย จนถึงสมัยเอโดะ  ในสมัยนั้นได้เริ่มมีการ จัดการแข่งซูโม่ขึ้น เพื่อหาเงินบริจาค สร้างศาลเจ้าหรือวัด คนธรรมดาก็เลยมีโอกาส ได้ชมซูโม่

และนักกีฬาซูโม่มืออาชีพ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จนพัฒนามาเป็น กีฬาซูโม่ที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น

ศิลปะแห่งความอ่อน

นักมวยปล้ำ กว่าจะได้เป็นนักซูโม่

การจะได้เป็นนักซูโม่นั้นไม่ง่าย เพราะต้องผ่านการฝึกฝนหลายขั้นตอน เพราะการเป็นนักซูโม่ได้นั้น ถือว่ามีเกียรติ และซูโม่ยังถูกยกย่อง ให้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ ของการดำรงชีวิต ตามแบบแผนญี่ปุ่นดั้งเดิม ดังนั้นนักซูโม่จึงต้อง ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะการฝึกซ้อม การกิน และวิธี

การดำรงชีวิต ก่อนจะมาเป็น ซูโม่มืออาชีพ ต้องสมัครเข้าโรงเรียนฝึก หรือที่เรียกว่า ‘เฮยะ’ เสียก่อน เพราะซูโม่ต้องมีสังกัดอยู่ ถ้าเปรียบแบบบ้านเราคือ ต้องเป็นศิษย์ในค่ายมวย แต่ละค่ายอาจมีกฎเกณฑ์ รับสมัครต่างกัน แต่ส่วนมาก จะรับสมัครอายุไม่เกิน 23-25 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165-167 เซนติเมตร

น้ำหนัก 65-67 กิโลกรัมขึ้นไป (ค่อยไปขุนน้ำหนักทีหลังได้) และเป็นเพศชายเท่านั้น นอกจากการฝึก ทักษะการปล้ำมวยแล้ว พวกเขายังต้อง เข้าห้องเรียนวิชาการเป็นเวลา 6 เดือน เช่นการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ซูโม่ การเขียนพู่กัน หรือสังคมศาสตร์ ก็ต้องเรียนเหมือนกัน โดยตารางชีวิตของซูโม่

ฝึกหัดนั้นเข้มงวดไม่เบา เพราะถูกกำหนดไว้หมดแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอน 6 โมงเช้า / 6 โมงครึ่งฝึกซ้อม / 11 โมงเช้าอาบน้ำ / เที่ยงทานอาหารกลางวัน / บ่ายสองนอนหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย / 4 โมงเย็น ทำความสะอาดและฝึกซ้อม / 6 โมงเย็น ทานอาหารเย็น /สามทุ่มครึ่ง เข้านอน ดูบอลสด

(เฮยะจะปิดประตู ปิดไฟหมด เป็นการบังคับให้นอน) เป็นต้น กว่าจะประสบความสำเร็จเป็นแถวหน้าในวงการนั้นไม่ง่าย ใช้ทั้งเวลาและความอดทนไม่น้อย ลำดับขั้นของซูโม่มีทั้งหมด 6 ขั้น จะได้เลื่อนขั้นหรือถูกลดขั้นไปลำดับไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานว่าแพ้หรือชนะมากเท่าไร โดยขั้นต่ำสุด คือ Jonokuchi

ซึ่งถือว่าเป็นขั้นแรกสุดและลำบากสุดก็ว่าได้ เพราะไหนจะต้องฝึกซ้อมแล้วยังต้องช่วยงานในเฮยะ เช่นทำความสะอาด หุงอาหาร และปรนนิบัติรุ่นพี่ (ป้าว่าอารมณ์เป็นรุ่นน้องต้องโดนรับน้องนิดนึง) ไล่ไปจนถึงขั้นสูงที่เรียกว่า Makuuchi โดยตำแหน่งแชมเปี้ยนที่เรียกว่า Yokozuna เป็นตำแหน่ง

สูงสุดที่นักซูโม่ทุกคนใฝ่ฝัน บอกเลยว่าถ้าผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงและชนะติดต่อกันจนได้เลื่อนขั้นมาถึงตำแหน่ง Yokozuna ก็สบายแล้วเพราะรายได้นี่ไม่ธรรมดา โดยจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยง (แม้ไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขั้น) เดือนละ 2.8 ล้านเยนต่อเดือน (ย้ำว่าต่อเดือน) ถือว่าเยอะมาก เพราะแม้แต่อาชีพ

หมอญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ทำงานโรงพยาบาลทั่วไป 3-4 ปีก็ยังแทบไม่ถึงล้านเยนต่อเดือน และเงินนี้ยังไม่รวมค่าสปอนเซอร์ ค่าออกทีวี (กรณีดังเป็นเซเลบริตี้) ฯลฯ ป้าไม่แปลกใจเลยว่านักซูโม่ดังๆของญี่ปุ่นมีแฟน/ภรรยาสวยๆระดับดาราหรือนางแบบแถวหน้าก็ไม่น้อย

ดูบอลสด

กติกาการเล่นซูโม่

กติกาการเล่นจริงๆแล้วแสนง่ายดาย ฝ่ายไหนจับอีกฝ่ายออกจากเชือกวงกลมหรือที่เรียกว่าโดเฮียว (ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตร) ได้ก็ถือว่าชนะ ไม่มีอะไรซับซ้อน ตัดสินแพ้ชนะได้ง่ายๆเลยในไม่กี่นาที แต่แตกต่างกับมวยหรือกีฬายกน้ำหนักที่ว่าจะไม่มีการแบ่งประเภทของนักแข่งตามน้ำหนักใดๆ

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมซูโม่ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งดี เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอคู่ต่อสู้ตัวใหญ่แค่ไหน (ส่วนใหญ่ที่ป้าเห็นก็จะน้ำหนักประมาณ 140 กว่ากิโล) ใครที่เคยดูการแข่งซูโม่คงเคยเห็นว่านักกีฬาซูมีการทำพิธีกรรมและท่าทางต่างๆก่อนเริ่มเล่น โดยนักซูโม่จะโปรยเกลือลงบนสังเวียนเพื่อ ศิลปะแห่งความอ่อน

ความบริสุทธิ์ และจะยกขากระทืบเท้าทั้งสองข้างนั้นเพื่อเป็นการไล่ภูติผีปีศาจ เวทีซูโม่และกีฬาซูโม่นั้นถือเป็นของศักดิ์สิทธิตามความเชื่อศาสนาชินโด ตามประเพณีแล้วผู้หญิงห้ามก้าวเข้าไปโดยเด็ดขาด ปี 2018 ที่ญี่ปุ่นออกข่าวกันครึกโครมเนื่องจากนายกเทศมนตรีเกิดหมดสติขณะพูดเปิดงาน

บนเวทีแข่งซูโม่แล้ว พยาบาลซึ่งเป็นผู้หญิงจึงรีบรุกไปช่วยแต่กลับมีประกาศออกไมค์ว่าให้นางพยาบาลออกไปจากสนามแข่งโดยด่วน เหตุการณ์นี้เรียกเสียงวิพากวิจารณ์กันใหญ่เพราะศตวรรษที่ 21 แล้ว และเกิดเหตุฉุกเฉินขนาดนี้ยังจะยึดประเพณีนี้อีกหรือ